Home Tag Archives: ความรัก

Tag Archives: ความรัก

ความรักของแม่ คุณแม่วัย 60 โรครุมเร้า สู้สุดใจขๅยผักหาเงินเลี้ยงลูกพิกๅร

เรื่องราวชีวิจของ คุณแม่ ดอกรัก วัย 60 ปี ที่มีโรคประจำตัวหลายโรค ในวัยที่อายุมากแล้ว แต่สู้ชีวิตไม่ถอยเพราะความรักของแม่ ที่มีต่อลูกสาว แม่ดอกรักขๅยผักหาเงินเลี้ยงลูกพิกๅรทางสมอง ทางเพจ นางฟ้าซาลอน ออกมาเผยเรื่องราวชีวิตของคุณแม่ดอกรัก ที่มีโรคประจำตัวแต่ยังออกไปขๅยผัก เพื่อนำเงินมาเลี้ยงลูก ทางเพจเล่าเรื่องราวว่า “วอนผู้ใจบุญช่วยแม่ชราขๅยผักเลี้ยงลูกพิกๅร คุณแม่ดอกรัก เปลนากลาง อายุ 60 ปี หาเลี้ยงลูก พิกๅรทางสติปัญญาและพิกๅรด้านความเคลื่อนไหว อายุ 31 ปี ชีวิตครอบครัวที่ลำบากมาก ต้องทิ้งลูกไว้ที่บ้านแล้วออกไปขๅยผัก บางวันลูกก็ต้องอดข้าว เพราะแม่กลับมาไม่ตรงเวลา” โดยทางผู้ใจบุญ สามารถบริจาคของเพื่อช่วยเหลือสองแม่ลูกนี้ได้ ด้วยการส่งผ้าอ้อมผู้ใหญ่ Size M มาที่บ้านเลขที่ 609 หมู่ 1 ต.ตะขบ อ.ปักธงชัย จ.นครราชสีมา 30150   แหล่งที่มา : นางฟ้าซาลอน เรียบเรียงโดย : herbtrick.com

คุณลุงไร้บ้านกับแมว หลังอาสาสมัครลงพื้นที่ยิ่งเห็นความรักที่ลุงมีให้แมว

ชีวิตของคุณ ลุงไร้บ้าน นอนที่หน้าร้านสะดวกซื้อกับเจ้าแมวน้อย ในสภาพมอมแมม ผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่งได้ออกมาเล่าเรื่องราวของคุณลุง โดยโพสต์ข้อความซึ่งมีใจความว่า “ได้เจอคุณลุงที่หน้าร้านสะดวกซื้อ ประชานิเวศน์ 1 วอนชาวเน็ตส่งต่อเรื่องราวเพื่อให้หาทางช่วยเหลือคุณลุง” พร้อมกับโพสต์ภาพ ที่ใครเห็นก็ต่างต้องสงสารเมื่อ เจ้าแมวนอนอยู่ข้างคุณลุงไม่ไปไหน เมื่อสังเกตุดีๆ คุณลุงใส่ปลอกคอและสวมเสื้อให้กับแมวอย่างดี ชาวเน็ตต่างเป็นห่วงถึงความเป็นอยู่ของทั้ง 2 ชีวิต ต่อมาทางเพจทูนหัวของบ่าว ได้ออกมาอัพเดทเรื่องราวของคุณลุงและแมวหลังจากที่เดินทางเข้าไปให้ความช่วยเหลือ โดยเล่าเรื่องราวว่า อาสาสมัครได้ลงพื้นที่ไปพร้อมกับคุณตำรวจ พบคุณลุงที่อาศัยอยู่สะพานข้ามแยกบางเขนอยู่กับน้องแมวตัวเมีย 2 ตัว ซึ่งน้องแมวตัวอ้วนสมบูรณ์ดี ซึ่งลุงบอกว่าตัวที่พาไปด้วยคือตัวที่ติดกับลุงมาก อีกตัวจึงผูกไว้ที่พัก นอกจากนี้ทางเพจยังบอกอีกว่า ตอนนี้ติดต่อให้พัฒนาสังคมเข้ามาช่วยเหลือ ซึ่งการดูแลลุงนั้นต้องย้ำว่า สิ่งที่อยู่กับลุงคือสิ่งที่ยึดเหนี่ยวจิตใจลุง จึงยังไม่อยากพรากลุงและแมวจากกัน ต้องค่อยๆ ดูแลกันไป แหล่งที่มา : วุฒิพันธ์ มีเดช เรียบเรียงโดย : herbtrick.com

แบ่งปันสิ่งดีๆ ทรายในกำมือ เรื่องเล่าให้ข้อคิดในการใช้ ชีวิตคู่ ที่ยืนยาวและยั่งยืน

หากพูดถึง การแต่งงาน แล้วนั้น หลายๆคนคงมองถึงคนสองคนที่ฝ่าฟันอุปสรรคมาด้วยกันมานาจนสุกงอม การแต่งงานจึงเป็นบทสรุปสุดท้ายของคววามรัก แต่เท้จริงแล้ว การแต่งงานคือจุดเริ่มต้นของ ชีวิตคู่ ต่างหาก ต้องฝ่าฟันอุปสรรคร่วมกัน โดยในวันนี้เราก็มีเรื่องราวสอนใจดีๆ มาฝากเพื่อนๆ เกี่ยวกับข้อคิดการใช้ชีวิตคู่อย่างไรให้ยืนยาวและยั่งยืน สำหรับคู่รักหลายๆ คู่ที่กำลังหาทางออกหรือคำตอบบางอย่าง หญิงสาวคนหนึ่งกำลังจะออกเรือน มารดาจึงพานางมาไว้พระเสี่ยงเซียมซีที่วัด จากนั้นก็มากราบคารวะพระอาจารย์เซน ผู้เป็นแม่ถามว่า “ลูกสาวของข้ากำลังจะแต่งงาน แต่งงานไปแล้ว นางจะมีความสุข ชีวิตรักหวานชื่น ราบรื่นดีหรือไม่?” พระอาจารย์ยิ้มๆแล้วพูดกับหญิงที่เป็นแม่ว่า “โยมลองกอบทรายสักกำมือหนึ่ง แล้วกำไว้ในมือ” อาจารย์เซนหันไปถามหญิงสาวว่า “โยมเห็นทรายในมือแม่ไหม ตอนนี้มันเป็นอย่างไร?” หญิงสาวตอบว่า “มันพูนๆเต็มฝ่ามือ ดูสมบูรณ์ดีเจ้าค่ะ” อาจารย์เซนหันไปบอกผู้เป็นแม่ว่า “โยมลองบีบมือกำทรายให้แน่นๆ สิ” ผู้เป็นแม่ทำตาม ออกแรงบีบทรายในมือจนแน่น ทรายหลุดร่วงออกมาจากร่องมือของนาง ครั้นคลายมือออกทรายที่อยู่เต็มกำมือ ตอนนี้เหลืออยู่เพียงนิดเดียวເท่านั้น หญิงสาวมองดูทรายในมือแม่แล้วพยักหน้าเหมือนเข้าใจ พระอาจารย์เซนพูดอย่างเมตตาว่า “ใครๆก็อยากมีชีวิตรักที่หวานชื่นสมบูรณ์ หากปรารถนาเช่นนั้นจริง ก็ต้องเรียนรู้ศาสตร์และศิลป์ของระยะห่าง จงเห็นความรักเป็นเหมือนทรายในกำมือ ถ้าอยากเห็นทรายพูนมือสมบูรณ์ดี ก็อย่าไปบีบไปอัดมันแรงๆ ต้องถืออย่างถะนุถนอม รักษาระยะห่างให้พอดีๆ ไม่กำแน่นเกินไป บีบ อัดจนร่วงหล่นหายไปจากกำมือ” นิทานเซนเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า…รักษาระยะห่างให้พอดี พระอาจารย์เซนเปรียบเทียบชีวิตรักว่า เหมือนทรายในกำมือแม้ใจอยากจะกำมันไว้แน่นๆ แต่ยิ่งกำแน่น ทรายก็ยิ่งหลุดไหลออกไป หายไปอย่างรวดเร็ว …

เรียกสติ สละเวลาอ่าน 1 นาที หากคุณกำลังคิดจะนอกใจใคร จากท่านว. วชิรเมเธี

เรียกได้ว่าปัจจุบันนี้เราจะเรื่องราว หรืออุทาหรณ์เกี่ยวกับการ นอกใจ กัน ทั้งในทางสื่อโซเชียลหรือคนใกล้ตัวเอง ซึ่งใคร ๆ ก็รู้ว่าการละเมิดพฤติกรรมทางเพศ นอกใจสามีหรือภรรยา ด้วยการ มีกิ๊ก มีชู้ เป็นสิ่งไม่ดี แต่กระนั้นคนก็ยังพากันละเมิดและสร้างปัญหากันไม่รู้จบ พระมหาวิชรเมธี หรือ ว. วชิรเมเธี ท่านได้กล่าวถึงปัญหามือที่ 3 ในสังคมไทย พร้อมอธิบาย สาเหตุที่คนชอบมีกิ๊กมีชู้กันว่าเกิดจากสาเหตุต่อไปนี้ 1. ขาดความละอายชั่วกลัวบาป 2. ขาดสติสัมปชัญญะ 3. อยู่ในสภาพแวดล้อมที่ไม่เอื้ออำนวย 4. ได้รับอิทธิพลตะวันตก ที่มองเห็นว่าการมีเพศสัมพันธ์หรือนอกใจคนรักเป็นสิทธิส่วนบุคคล และเป็นเรื่องธรรมดาที่ใคร ๆ เขาก็ทำกัน 5. พลังทางศีลธรรมในสังคมไทยอ่อนแอ โดยเฉพาะความเชื่อในระบบ ทำดีได้ดี หรือทำชั่วได้ชั่ว หรือกฎแห่งกรรมมีความจืดจางลงไปมาก ในทัศนะของอาตมาภาพ ปัจจัย 5 ข้อนี้แหละ ที่เป็นเหตุให้การละเมิดจริยธรรมทางเพศมีมากขึ้น และกลายเป็นเรื่องธรรมดาในสังคมไทยไป ลำพังแค่การคิดนอกใจภรรยาถือว่าไม่ผิด แต่ถือว่าไม่ควร ไม่ผิดเพราะยังไม่มีการลงมือ แต่ไม่ควรเพราะการคิดเป็นจุดเริ่มต้นของพฤติกรรม มนุษย์เราทำเพราะว่าเราคิด เราคิดอย่างไรเราก็จะทำอย่างนั้น นอกใจสามีหรือภรรยา ด้วยการ มีกิ๊ก มีชู้ เป็นสิ่งไม่ดี ฉะนั้น เมื่อเราเริ่มมีความคิด …

ไม่มีใครรักเรา เท่าตัวเราเอง 5 วิธีที่จะทำให้คุณรักตัวเองมากขึ้น 10 เท่า

ไม่มีใครรักเรา เท่าตัวเราเอง 5 วิธีที่จะทำให้คุณ รักตัวเองมาก ขึ้น 10 เท่า ในโลกใบนี้ล้วนมีผู้คนมากมายให้เราได้พบเจอ เมื่อเกิดมาก็ได้รับรักแรกจากพ่อแม่ เพื่อนฝูงพี่น้อง แฟน หรือคนรอบตัว ความรักเหล่านี้เป็นรักที่คนอื่นมอบให้ ซึ่งล้วนแล้วแต่สามารถแปรผันตามกาลเวลา และไม่มีใครสามารถมามอบความรักให้ได้ตลอดไป สิ่งหนึ่งที่เราต้องมีให้ได้เลยคือการ ฝึก รักตัวเอง ให้เป็นดังที่จะกล่าวต่อไปนี้ 1นึกถึงตัวเองอยู่เสมอ ไม่ได้หมายความให้นึกถึงแต่ตัวเอง เพียงแค่จะทำอะไร ก็ให้นึกถึงตัวเองว่ามันจะเกิดผลดีหรือผลเสียกับตัวเองอย่างไรบ้าง ไม่ว่าเราจะท้อแท้ ขาดกำลังใจแค่ไหน ก็ต้องพย าย ามอดทนเพื่อที่จะก้าวผ่านอุปสรรคนั้นไปให้ได้ 2 เรายังมีเรื่องดีดีอีกเยอะ ถ้าคิดซะแต่ว่า ตัวเราเองนั้น ไม่มีอะไร ทำอะไรก็ไม่ได้ ทำอะไรก็ไม่ดี มันคือการบั่นทอนตัวเองอย่ างไม่น่าให้อภัย เราต้องภูมิใจในสิ่งที่เรามีอยู่ อย่ ามองเพียงว่าเราไม่มีเหมือนคนอื่น ให้มองกลับมาว่าเรายังมีดีกว่าใครอีกหลายคน เพิ่มความคิดทางบวกให้ตัวเอง 3 คนดีที่อยู่ข้างกายเรา อย่าคิดว่าเราเหมือนยืนอยู่คนเดียวบนโลกใบนี้ เรายังมีพ่อ-แม่ มีครอบครัว มีเพื่อนฝูง อาจจะไม่มากเหมือนคนอื่น เพียงแค่มีเพื่อนที่จริงใจ มีครอบครัวที่เข้าใจ แค่นี้ก็เพียงพอแล้ว 4 ลองทบทวนเรื่องดีที่ผ่านมา ปัจจุบันนี้เราอาจจะกำลังท้อแท้หรือหมดหวัง เพียงลองมองย้อนไปถึงวันเวลาที่ผ่านมาดูรูปครั้งที่เราเคยมีความสุข ดูรูปครั้งที่เราเคยก้าวผ่านปัญหาต่าง ๆ มาได้ …

ไม่มีอะไรการันตี อย่าประมาทใน ชีวิตคู่ แต่งงานแล้วไม่ได้ใช่ว่าจะอยู่กันตลอดไป

การแต่งงานไม่ใช่การประสบความสำเร็จสุดท้ายของชีวิต แต่กลับเป็นการเริ่มต้น ชีวิตคู่ ต่างหาก และ “การแต่งงาน” ไม่ได้การันตี ว่าจะอยู่ด้วยกันตลอดไป อย่าประมาทในการใช้ชีวิตคู่ โลกนี้ไม่มีอะไรสมบูรณ์แบบ ไม่ได้การการันตรีว่าความรักครั้งนี้มันจะเป็นรักที่ดีตลอดไป วันนี้รักมาก อยากอยู่ใกล้ๆ ก็ไม่ได้หมายความว่าวันต่อไป ยังจะอยากอยู่ด้วยเหมือนเดิม เคยเป็นคนที่ถูกใจ ก็ใช่ว่าอนาคตจะไม่เจอใครที่ถูกใจกว่า อยู่ด้วยกันมานาน ก็ไม่ได้หมายความว่า จะอยู่ด้วยกันตลอดไป ต่อให้อยู่ด้วยกันนานแค่ไหน ถ้าหมดใจยังไง ก็ต้องต่างคนต่างไปอยู่ดี ในวันที่ยังรักกัน ทำดีต่อกันให้มากที่สุด วันไหนที่ไม่รักแล้วก็แค่หยุด แล้วบอกกันด้วยความเข้าใจ ไม่ใช่มีคนใหม่ทั้งที่ยังค้างคา ปัญหามันจะตามมามากมาย “ชีวิตคู่กับรองเท้า” 2 อย่างนี้มันแทบจะไม่ต่างกันเลย รองเท้า ที่ดี หรูหรา ราคาแพง แต่ ใส่แล้วเจ็บเท้า ถึงแม้วันนี้เรา จะทนไหว เพราะเสียดายรองเท้าแสนแพง คู่นั้น แต่ ความเจ็บ มันไม่น้อยลงเลย ไม่นาน เราก็ต้องถอดอยู่ดี ชีวิตคู่ ก็เช่นกัน ต่อให้เราคิดว่า คู่ของเรา สมบูรณ์แบบแค่ไหน เมื่อวันที่เรา ต้องใช้ ความอดทนที่จะรัก เพื่อรักษาความเป็นครอบครัวเอาไว้ โดยที่ปัญหา ไม่ได้ถูกแก้ไข วันนึงเราก็ต้องเดินจากไปเช่นกัน เพราะพื้นฐานของมนุษย์ …

ลำบากกันมาสองคน เมื่อสบายแล้ว อย่าได้ไปหลงคนอื่น

วันนี้เรามียทความดีดีที่จะช่วยเตือนสติไม่ให้หลงผิด และคิดแค่สั้นเพื่อความสุขชั่วคราว การก้าวมาถึงจุดนี้ได้มีใครบ้างที่สนับสนุนกันมา โดยเฉพาะคู่สามีภรรยาที่กว่าจะสร้างเนื้อสร้างตัวกันได้ ต้องผ่านความยาก ลำบาก กันมาสองคนขนาดไหน ดังบทความที่จะกล่าวต่อไปนี้ ช่วงเตรียมตัวที่จะแต่งงานกัน ของคู่รักคู่หนึ่ง ฝ่ายชายมีเงินหนึ่งแสนห้าหมื่นฝ่ายหญิงมีเงินหนึ่งแสน ก่อนที่จะแต่งงานนั้นผู้ชายนำเงินหนึ่งแสนห้าหมื่นไปดๅวน์บ้านผู้หญิงนำเงินหนึ่งแสนไปตกแต่งบ้านซื้อเครื่องใช้ต่างๆ เมื่อเริ่มตกลงจะแต่งงานกันทั้งคู่ตกลงกันเอาไว้ว่าผู้ชายใช้เงินเดือนผ่อนบ้านนะผู้หญิงใช้เงินเดือนจ่ายค่ากินค่าอยู่หลังแต่งงานผู้ชายผ่อนส่งค่างว ดบ้านทุ กๆเดือนชายหญิงทั้งสองใช้ร่วมกันสามปีต่อมาฝ่ายหญิงตั้งครรค์ จากนั้นคลอดลูกออกมาผู้ชายได้เลื่อนตำแหน่งทางการงานได้เงินเดือนเพิ่ม รายได้มากพอที่จะทำงานคนเดียวและเลี้ยงดูครอบครัวได้เวลานี้ลูกต้องการคนดูแล ชายและหญิงทั้งสองปรึกษากัน ตั ดสินใจตกลงให้ผู้หญิงลาออกจากงานเพื่อมาดูแลลูกๆของเขาเช่นนี้ ผู้หญิงจึงกลายเป็นแม่บ้านเต็มตัวด้วยความที่เป็นแม่บ้านที่ขยันและทำหน้าที่ภรรย ๅได้ดีทำให้เป็นช้ๅงเ ท้ๅหลังที่สนับสนุนช้ๅงเ ท้าหน้าให้เดินได้เต็มกำลังและสิบปีต่อมา ผู้ชายประสบความสำเร็จในหน้าที่การงานอย่างมาก ผู้หญิงคลุกคลีอยู่กับบ้านลูก สามี ทุกๆวันรๅศีหม่นหมองตอนนี้ ผู้ชายรู้สึกว่าภรรยๅตนไม่สามารถพาเข้าสังคมได้อีกแล้วสิ่ง ยั่วยวนภายนอกก็ช่างร้อนแรงเย้ายวนใจสุดท้ายก็มีภรรยๅน้อยหลังจากภรรยๅรู้เรื่องเข้า ก็รู้สึกเสียใจมากผู้หญิงเตรียมตัวหย่ๅ ตามคำอธิบายในตัวบทกฎหมาย ว่าด้วยการสมรสบ้าน ผู้ชายได้ซื้อก่อนแต่งงานผู้หญิงไม่มีสิทธิ์ ผู้หญิงไม่ ยอมพูดว่า พวกเราทั้งสองช่วยกันผ่อนค่างวดทนๅยถามว่า เธอมีหลักฐๅนที่ร่วมกันผ่อนส่งค่า งวดหรือเปล่าฝ่ายหญิงตอบว่าไม่มีทุ กเดือนจะหักจากบัญชีเงินเดือนของฝ่ายชายโดยตรงผู้หญิงบอกอีกว่าลูกฉันเลี้ยงดูจนเติบใหญ่ลูกต้องอยู่กับฉัน ทนๅยตอบว่า ลูกจะอยู่กับใคร เราจะดูว่าใครมีความสามา รถที่จะเลี้ยงเขาได้มากสุดเธอไม่มีงานทำ ไม่มีบ้าน ไม่มีราย ได้ย่อมไม่เป็นผลดีกับลูกทางศๅลจะ ตัดสินให้ลูกอยู่กับฝ่ายชายนะ คราวนี้ผู้หญิง ไม่มีงาน ไม่มีบ้าน ไม่มีเงิน ไม่มีลูกเธอหมดหวังแล้ว เหมือนโลกทั้งใบของเธอส ลายไปแล้วส่วนผู้ชาย เริ่มต้นชีวิตใหม่ของเขากับคนรักใหม่แบบสวยงามผู้หญิง เธอยังกล้าที่จะนำเอาความสุขทั้งชีวิตฝากไว้กับคนอื่นอีกไหม บนโลกใบนี้ไม่มีใครให้คุณพึ่งพิงได้ตลอดหรอกแม้แต่เงาของเธอเองก็จะห่างหายไปจากเธอในวันที่มันไม่มีแสงสว่างแล้วใช่แล้ว แรกเริ่มผู้ชายรักเธอมากแต่ผู้หญิงโดยส่วนมากแล้วมักจะมองข้ามสิ่งสำคัญที่สุดไปนั่นก็คือคน ขอเพียงยังมีชีวิตอยู่ล้วนที่จะแปรเปลี่ยนไปได้ทุกเมื่อผู้หญิงที่มีอาชีพ …

อ่านให้จบนะ “ทรายในกำมือ” เรื่องเล่าให้ข้อคิด เพื่อชีวิตคู่ที่ยืนยาวและยั่งยืน

ในวันนี้เรามีบทความดีดีที่อ่านได้ทุกคน ซึ่งสามารถนำไปปรับใช้ในการอยู่ร่วมกับคนในครอบครัว คนในสังคม และโดยเฉพาะใช้ใน ชีวิตคู่ โดยเรื่องราวมีอยู่ว่า หญิงสาวคนหนึ่งกำลังจะออกเรือน มารดาจึงพานางมาไว้พระเสี่ยงเซียมซีที่วัด จากนั้นก็มากราบคารวะพระอาจารย์เซน ผู้เป็นแม่ถามว่า ลูกสาวของข้ากำลังจะแต่งงาน แต่งงานไปแล้ว นางจะมีความสุข ชีวิตรักหวานชื่น ราบรื่นดีหรือไม่พระอาจารย์ยิ้มๆแล้วพูดกับหญิงที่เป็นแม่ว่า ลองกอบทรายสักกำมือหนึ่ง แล้วกำไว้ในมือ อาจารย์เซนหันไปถามหญิงสาวว่า โยมเห็นทรายในมือแม่ไหม ตอนนี้มันเป็นอย่างไร หญิงสาวตอบว่า “มันพูนๆเต็มฝ่ามือ ดูสมบูรณ์ดีเจ้าค่ะ อาจารย์เซนหันไปบอกผู้เป็นแม่ว่า โยมลองบีบมือกำทรายให้แน่นๆ สิ ผู้เป็นแม่ทำตาม ออกแรงบีบทรายในมือจนแน่น ทรายหลุดร่วงออกมาจากร่องมือของนาง ครั้นคลายมือออกทรายที่อยู่เต็มกำมือ ตอนนี้เหลืออยู่เพียงนิดเดียวເท่านั้น หญิงสาวมองดูทรายในมือแม่แล้วพยักหน้าเหมือนเข้าใจ พระอาจารย์เซนพูดอย่างเมตตาว่า ใครๆก็อยากมีชีวิตรักที่หวานชื่นสมบูรณ์ หากปรารถนาเช่นนั้นจริง ก็ต้องเรียนรู้ศาสตร์และศิลป์ของระยะห่าง จงเห็นความรักเป็นเหมือนทรายในกำมือ ถ้าอยากเห็นทรายพูนมือสมบูรณ์ดี ก็อย่าไปบีบไปอัดมันแรงๆ ต้องถืออย่างถะนุถนอม รักษาระยะห่างให้พอดีๆ ไม่กำแน่นเกินไป บีบ อัดจนร่วงหล่นหายไปจากกำมือ นิทานเซนเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า รักษาระยะห่างให้พอดี พระอาจารย์เซนเปรียบเทียบชีวิตรักว่า เหมือนทรายในกำมือแม้ใจอยากจะกำมันไว้แน่นๆ แต่ยิ่งกำแน่น ทรายก็ยิ่งหลุดไหลออกไป หายไปอย่างรวดเร็ว แต่ถ้าเรากำพอหลวมๆ ทรายก็อยู่เต็มฝ่ามือเหมือนเมื่อตอนที่กำขึ้นมาใหม่ๆ การรักษาระยะห่างในขนาดที่พอดี การดำเนินชีวิต หากสนิทสนมกับใครมากเกินไป ก็มักมีเรื่องกระทบกระทั่งกัน ขัดใจกันเป็นธรรมดา หากห่างเกินไป ก็ไม่มีเรื่องคุย …

ไม่ต้องขอความรักจากไหน รักตัวเองให้เป็น เพื่อรักคนอื่นได้อย่างไม่ทุกข์

ใครๆก็อยากใช้ชีวิตด้วยความสุข อยากมีความรักที่ดีความรักที่ไม่นำมาซึ่งความทุกข์ แน่นอนว่าอย่างแรกที่ต้องเข้าใจก่อนเลยคือ รักเป็นสิ่งงดงาม ความรัก เป็นสิ่งที่ทำให้ชีวิตงอกงามได้ ความรักเป็นสิ่งที่เจริญได้ และความสุขที่ได้รักจะหล่อเลี้ยงใจของเราไม่ว่าคนที่เรารักอาจไม่น่ารัก หรือบางครั้งคนที่เรารักอาจทำอะไรที่น่าเกลียดแต่ความสุขที่ได้รักของเราจะทำให้เรามองคนนั้นอย่างเข้าใจ ฉะนั้นถ้าพูดถึง “ความรัก” ต้องมี“ความเข้าใจ” เป็นรากฐานถ้ารักอย่างมีสติปัญญา เราก็จะเข้าใจคนที่เรารัก ทุกคนอยากรักเป็น แต่ไม่รู้จะเริ่มอย่างไร ไม่รู้ว่ารักเป็นอย่างไร ไม่รู้ว่ารักอย่างยกความรักให้อยู่เหนือเงื่อนไขของความเห็นแก่ตัวทำอย่างไร แม่รักลูก ในขณะเดียวกันแม่ก็ทุกข์มากจากการรักลูก เพื่อนรักกันมาก แต่พอไม่ได้ดั่งใจขึ้นมาความรักก็อาจเปลี่ยนเป็นความเกลียดชังได้ทันที จะเห็นได้ว่า ความรักกับความเกลียดชังก็อยู่ในหัวใจดวงเดียวกันนี้เอง ขึ้นอยู่กับจังหวะไหนที่เรามีสติปัญญา จังหวะนั้นเราจะมีความรักที่อยู่เหนือเงื่อนไขของความเห็นแก่ตัวได้ แต่จังหวะไหนมีกิเลสครอบงำแล้วคนที่เรารักไม่เป็นดั่งใจ เราอาจเห็นความทุกข์อันเกิดจากความเห็นแก่ตัวของเรา ฉะนั้นถ้าจะรักใครก็ขอให้เข้าใจเขาให้มากแล้วก็ขอให้มีสติปัญญาที่จะรู้ว่า ความรักที่มีความสุขที่ได้รักจะหล่อเลี้ยงใจของคนที่กำลังมีความรัก อย่ารักอย่างปรารถนาที่จะครอบครองเขา ความรักก็จะยังมีอิสรภาพถ้าเรารักและเห็นคนที่เรารักเป็นอย่างที่เขาเป็นแล้วใจของเราไม่เป็นทุกข์ แสดงว่าความรักของเรามีสติปัญญาขึ้น เวลาที่ใจของเราเปิดกว้างและวางอคติเราจะสามารถสื่อสารและเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของคนที่เรารักได้ไม่ยาก และอย่างไม่ต้องอึดอัดคับข้องใจ ซึ่งจะทำให้คนที่อยู่กับเรามีความสุข เมื่อเขามีความสุขที่ได้อยู่กับเรา เขาก็จะเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของเขา แล้วก็จะสามารถใช้ชีวิตกับเราได้อย่างเคารพหัวใจของกันและกัน ความสุขที่ได้รักเป็นเครื่องหล่อเลี้ยงใจที่จะทำให้เราเห็นพลังของความรัก ถึงขั้นที่ว่าแม้คนที่เรารักจะจากไป ไม่ว่าจากเป็นหรือจากตาઈ แต่ความสุขที่ได้รักในปัจจุบันขณะจะยังหล่อเลี้ยงใจของเรา ทำให้เราเห็นคุณค่าของการได้อยู่ด้วยกันในปัจจุบันขณะ ถ้ายกความรักให้อยู่เหนือความยึดมั่นถือมั่นได้ ความสุขที่ได้รักจะยังคงอยู่ ความรักในโลกแห่งความเป็นจริงไม่เป็นดั่งใจของเราหรอกค่ะ เพราะความรักจะดำเนินไปตามครรลองของมัน ถ้าใจของเราไม่เหวี่ยงโยนด้วยความทุกข์ เราก็สามารถมองความรักอย่างให้อภัยในสิ่งที่ไม่เป็นไปดั่งใจเรา ความเข้าใจอย่างลึกซึ้งเช่นนี้จะเกิดขึ้นได้จากการที่เราต้องรักตัวเองก่อน โดยเปิดใจของเราให้กว้าง วางอคติ มองเห็นสิ่งที่เป็นอย่างไม่เป็นทุกข์ เราก็จะอยู่กับสิ่งนั้นด้วยความกรุณาอย่างลึกซึ้ง กรุณาคือการให้อภัยอย่างลึกซึ้ง ไม่มีใครเปลี่ยนแปลงตัวเองให้เราได้ตลอดชีวิต แต่ถ้าเราให้อภัยอย่างลึกซึ้งต่อคนที่เรารัก เราจะถนอมรักเป็น แล้วความรักที่ไม่ปรารถนาจะครอบครองจะทำให้เราเป็นคนมีเสน่ห์ ถ้าเรามีเสน่ห์พอที่จะทำให้คนที่เรารักรู้สึกเป็นสุขเวลาอยู่ใกล้เรา และมีความสุขที่ได้เห็นเราเข้าใจเขา จะทำให้ความรักนั้นยั่งยืน อย่าปรารถนาที่จะเข้าไปจัดการใคร แต่ ให้รักตัวเองให้เป็น ด้วยการจัดใจเราเพื่อเข้าใจคนที่เรารัก และไม่ว่าเขาจะเป็นอย่างไรความสุขที่ได้รักจะอยู่ในใจของเราอย่างยั่งยืน เรียบเรียงโดย : herbtrick.com

หนูดี วนิษาแนะ ดูผู้ชายให้ออก ผู้ชายที่รักและจริงใจกับเรา ต้องมีครบ 3 ข้อ

วันนี้เรามีบทความดีดีจากคุณ หนูดี วนิษา เรซ อยากให้ทุกคนได้อ่านไม่ว่าจะผู้ชายหรือว่าผู้ใหญ่ และส่งต่อให้คนที่คุณรักนั้นได้อ่าน เชื่อว่าต้องมีประโยชน์กับคุณในตอนนี้แน่นอน สำหรับสิ่งที่น่าเสียดายที่สุดในโลกใบนี้นั่นก็คือ การที่ผู้หญิงนั้นไม่เห็นค่าของตัวเอง คือต้อง “ยอม” เพื่อให้ฝ่ายชายมารัก ยอมทำทุกอย่างแม้กระทั่งกายและใจ ที่หนักที่สุดนั่นก็คือ ผู้หญิงบางคนยอมสูญเสียจิตวิญญาณของตัวเอง ทิ้งความรัก ความชอบ ความฝันตั้งแต่วัยเด็ก เพียงพอผู้ชายแค่ 1 คน ผู้ชายที่รักเราจริง…จะไม่ทำ! ให้เราสูญเสียความเป็นตัวเอง จะไม่ทำให้เราเสียเกียรติ จะไม่ลบหลู่ความเป็นผู้หญิงของเรา มี 3 สิ่งที่บอกได้ง่ายๆ ว่า ผู้ชายคนนั้น จริงจัง และจริงใจแค่ไหน ในการคบกับเรา ครูหนูดีสอนสมัยเรียน ครอบครัวศึกษา เรียกว่า 3 P’s นั่นคือ -Protect – Profess -Provide หนูดีจำแม่นเชียว เอาไว้สอดส่องพฤติกรรมคนที่เข้ามา นั่นคือ 1. Protect รักจริง ต้องพร้อมปกป้อง ทั้งร่างกาย จิตใจ เกียรติยศ ศักดิ์ศรีของเรา ผู้ชายบางคน อย่าว่าแต่ปกป้องเราจากคนอื่นเลย มีแต่เรานั่นล่ะ ที่ ต้องปกป้องตัวเองจากเขา อืม …

12Page 1 of 2