Home บันเทิง เต้ ทัตพงศ์ ผันตัวเป็นพ่อค้าทุเรียน ส่งลูกเรียน-ปลดหนี้ 10 ล้าน

เต้ ทัตพงศ์ ผันตัวเป็นพ่อค้าทุเรียน ส่งลูกเรียน-ปลดหนี้ 10 ล้าน

22 second read
1
912

ต้องบอกว่ามุมมองและแนวคิดในการดำเนินชีวิตของแต่ละคนนั้นสำคัญจริง ๆ อย่างอดีตพระเอกคนดัง เต้ ทัตพงศ์ ได้ให้สัมภาษณ์ถึงเหตุผลที่กลับมาขายทุเรียนว่า “ก่อนเกิดสถานการณ์ CV ผมมีบริษัทขายของอยู่ในบิ๊กซี ทั้งหมด 11 สาขา เป็นของที่ขายนักท่องเที่ยว มีทั้งทุเรียนฟรีซดราย มะม่วงอบแห้ง หมูแผ่น หมูทุบ หมูหยอง หมูฝอย ในแบรนด์สวนไทของผมเอง

ซึ่งทุกสาขาขายดีมาก ยอดขายต่อเดือนมากขึ้นเรื่อย ๆ ประมาณ 7 หลักกว่า ๆ ครับ พอยอดขายดี ผมก็มีหนี้ส่วนตัวประมาณ 10 ล้าน หุ้นส่วน 2 คน หนี้คนละประมาณ 10 ล้าน เราก็คิดว่า 2-3 ปี หนี้น่าจะหมด พอถึงเดือนกุมภาพันธ์ที่ CV-19 เริ่มเข้ามา ทุกสาขาขายรวมกันผมว่าไม่น่าจะเกินหมื่นอ่ะ

ธุรกิจปัจจุบันขายดีแค่ไหน?
“ก็ขายดี ช่วงแรกมันเป็นการซัพพอร์ตจากเพื่อน ๆ คนรู้จัก แล้วก็มีคนที่เคยดูละครมาอุดหนุนกันพอสมควร อยู่ในเกณฑ์ที่กำลังค่อย ๆ ไต่ระดับขึ้นครับ โชคดีที่ช่วงที่ผ่านมาได้เล่นละครไงครับ ละครที่เพิ่งจบไปเรื่องเสาร์ 5 ทางช่อง 7 ต้องขอบคุณ พิเชษฐ์ ศรีราชา และโอริเวอร์ บีเวอร์ ผู้จัดละคร ที่เขาโยนบทดี ๆ ให้ผม ฟีดแบ๊กดีมาก คนก็จำได้เยอะมาก เลยทำให้มีคนกลุ่มนี้เข้ามาช่วยซัพพอร์ต ก็โชคดีนะ”

ซื้อทุเรียนมาทีละเป็นแสน?
“แสนบาทครับ ช่วงแรก ๆ เราก็ไม่รู้ว่าจะขายได้วันละกี่ลูก หรือกี่กิโลฯ ทุเรียนมันแพงไงครับ วันที่ผมไปเอาทุเรียนมันดีดขึ้นมาอีก กิโลฯนึงประมาณ 10 บาท จากวันแรกที่คุยกันไว้ แต่มันก็เป็นเรื่องปกติครับ ที่ราคามันขึ้น ๆ ลง ๆ แต่ละวันราคามันไม่เท่ากันเลย”

มั่นใจหรือคาดหวังว่าขายทุเรียนจะปลดหนี้ได้?
“มั่นใจมากพอสมควร เพราะว่ามันเป็นทุเรียนที่เราคัดมา คนกินทุเรียนมีความหวังในการกินทุเรียน ยิ่งคนอายุเยอะ ตัดสินใจกินทุเรียนทีมันก็ต้องแลกกับเบาหวาน แลกกับอะไรหลายอย่าง ฉะนั้นเขาต้องได้กินของที่อร่อย เราก็เลยคัดของอร่อยมาให้เขากิน เชื่อมั่นว่าเขากินต้องติดใจ ตอนนี้ก็มีซื้อซ้ำแล้วนะทุกวัน เพราะเราการันตีเนื้อ เลยคิดว่าไม่แน่อีกสักพักอาจจะขยายสาขาครับ”

ขายจนกว่าจะปลดหนี้ได้?
“ผมมีบ้านอยู่ 2 หลังในหมู่บ้านเดียวกัน อีกหลังเอาไปทำเป็นออฟฟิศ อีกหลังเป็นบ้านที่ผมอยู่ ซึ่งช่วงที่ผ่านมาหลังนึงที่เป็นออฟฟิศโดนยึดขายทอดตลาดเป็นที่เรียบร้อย แต่ยังดีที่ผมมีของอยู่ที่ออฟฟิต คนที่ซื้อหนี้เสียของผมไป เขาเป็นเจ้าหนี้ที่ค่อนข้างอะลุ่มอล่วย เห็นใจลูกหนี้ เขาไม่ได้มาบีบคั้นเรา ไม่ได้มากดดันเรามากมาย ทำให้เราทุกข์ใจมาก ๆ เขาเข้าใจ มันไม่มีเงินจ่าย

แต่การที่เขายึดไปขายทอดตลาดมันก็เป็นเรื่องปกติที่ผมเข้าใจได้อยู่แล้ว แล้วบ้านที่ผมอยู่ก็คงใกล้เคียงกันเร็ว ๆ นี้ เลยคาดหวังว่าธุรกิจนี้สมมติมันได้กำไรเดือนละ 5 หมื่น ถ้าเราอยากได้ 5 แสน เราก็เปิด 10 ที่ คิดประมาณนี้ครับ คิดว่ามันดีครับ เดี๋ยวคงได้เปิดสาขาเพิ่ม”

มีวิธีคิดมองโลกในแง่ดีอย่างไร ในการต่อสู้กับอุปสรรค?
“ผมว่าอุปสรรค ปัญหา เป็นเรื่องปกติ ทำอะไรก็แล้วแต่ทุกเรื่องมีปัญหาหมดครับ เราต้องมีสติกับมันครับ ค่อย ๆ แก้ปัญหาด้วยสติ เพราะว่าสุดท้ายแล้วมันก็ต้องแก้ปัญหาได้ ปลายทางมันคืออย่างนั้นอยู่แล้ว เราเลือกชีวิตแบบไหนอ่ะ ชีวิตที่ทุกข์กับมันทุกวัน หรือชีวิตที่มีสติเข้าใจมันแล้วก็ค่อย ๆ ก้าวผ่านมันไปทีละข้อ

ตอนจบมันก็แก้ได้อยู่แล้ว อย่างบ้านผมอ่ะ ตอนจบมันก็โดนยึดอยู่แล้วอ่ะ คุณหัวเราะทุกวันก็โดนยึด คุณร้องไห้ทุกวันก็โดนยึด เราจะเลือกแบบไหนในการไปสู่จุดนั้น เพราะสุดท้ายมันก็เหมือนกันอยู่แล้ว เพียงแต่ถ้าเรามีสติเราอาจจะหาทางที่มันค่อย ๆ แก้มันได้ หรือเราไม่ต้องไปทุกข์ใจกับมันมาก”

เรียบเรียงโดยทีมงาน เล่าเรื่องข่าวรอบวัน

Facebook Comments

Check Also

ฟรอยด์ เข้าพิธีอุปสมบท ทดแทนคุณบิดา ม ารดา อย่างเรียบง่าย

ถ้าพูดถึงนักแสดงหนุ่มอารมณ์ดี ฟรอยด์ ณัฏฐพงษ์ ชาติพงศ์ หลายคนคงรู้จักกันเป็นอย่างดี โดยช่ว…