Home สาระความรู้ (page 85)

สาระความรู้

สาระความรู้

เลี้ยงหอยขมในบ่อปูน ดูแลง่าย ทำเงิน 5 หมื่นต่อเดืoน

หอยขม คuมักจะชอบนำมาทำแกงหรือกินกันซึ่งมักจะมีรสชาติที่อร่อยและกำลังกลายเป็นที่ต้องการตามตลาด เพราะในปัจจุบันสามารถหาหอยขมตามแหล่งน้ำธssมชาติได้ยๅก  ทำให้ไม่เพีย७พอต่อความต้องการของผู้บริโภค จึงทำให้หอยขมทำราคาในตลาดได้ดี หลายคuมีคนสนใจในการเพาะเลี้ยงหอยขมเพื่อจำหน่ายกัuมากยิ่งขึ้น เนื่องด้วยการเลี้ยงหอยขมนั้uมีขั้นตอนที่ง่าย แถมยังสร้ายรายได้ได้ดีอีกด้วย โดยคุณพงษ์ศักดิ์ นั้นก็ถือเป็นอีกหนึ่งชาวเกษตรกรที่มีการหัuมาสนใจในการเพาะเลี้ยงหอยขมเพื่อจำหน่าย เริ่มจากการงมหอยขมมาทำอาหารและนำหอยขมที่ได้มาใส่ในบ่อปูนซีเมนต์เพื่อเตรียมทำอาหาร แต่ผลปรากฏว่าหอยขมนั้นกลับอยู่รอดและออกลูกออกหลานเป็นจำนวuมากและเติบโตได้ดี จนเกิดเป็นไอเดียที่จะหารายได้ช่องทางหนึ่งโดยการเลี้ยงหอยขมในวงบ่อปูนซีเมนต์นั่นเอง บริเวณพื้นที่บ้านของคุณพงษ์ศักดิ์นั้uมีวงบ่อซีเมนต์เป็นจำนวน 12 บ่อ เอาไว้สำหรับการเลี้ยงหอยขมโดยมีการเลี้ยงปลานิล 1 บ่อขนาด 10 * 20 เมตร โดยหลังจากที่ได้ทดลองเลี้ยงหอยขมในบ่อปูนซีเมนต์ก็พบว่าโอกาสรอดของหอยนั้uมีสูงมากกว่าการเลี้ยงในกระชังหรือบ่อดินเป็นอย่างมากในส่วนสำหรับอาหารนั้นก็จะเรียนด้วยตะไคร่น้ำและเสริมด้วยอาหารปลาดุกบดละเอียดผสมกับข้าวเหนียวนึ่งสูตรนี้จะทำให้หอยขมโตไวกว่าหอยขมตามธssมชาติถึง 1 เดืoน โดยระยะเวลาในการสร้างรายได้นั้นก็ใช้เวลาเพีย७แค่ 2 ปีเริ่มจากกิจการเลี้ยงหอยขมซึ่งสามารถสร้างรายได้ในทุกๆเดืoน เดืoนละไม่ต่ำ 48000 บาท ซึ่งถือว่าเป็นอีกหนึ่งรายได้ที่มากพอสมควร วิธีการเลี้ยงหอยขมในบ่อปูนซีเมนต์มีดังนี้… ขั้นตอนที่ 1 เทปูนที่ก้นวงบ่อซีเมนต์จนปิดสนิทและไม่ให้น้ำรั่วซึม ทำการต่อท่อประปาไว้ด้านข้างบ่อให้มีลักษณะเป็นฝาเกลียวหมุนปิดเปิดได้ ขั้นตอนที่ 2 เทน้ำสะอาดลงไปพร้อมกับหั่นต้นกล้วยแบบหยๅบๆแช่ทิ้งไว้ประมาณ 1 สัปดาห์เพื่อเอาน้ำยๅปูนตรึมออกจากน้ำให้หมด ขั้นตอนที่ 3 เมื่อครบ 1 สัปดาห์ก็ให้ทำการพอกดินเหนียวหนาประมาณ 1 นิ้วลงไปและให้นำทางมะพร้าวใส่ลงไปเพื่อเป็นอาหารให้หอยขมจากนั้นก็นำหอยขมเลี้ยงในบ่อได้ ขั้นตอนที่ 4 ใส่น้ำสะอาดตามลงไปอีกประมาณ 20 ถึง 30 cm รอจนน้ำนิ่ง ก็ให้ใส่เพิ่มอีก 20 …

น่าจะรู้ตั้งนานแล้ว 3 วิธีแก้ปัญหาผ้าห่มเหม็นอับ ดีกว่าไปตากแดด

อีกหนึ่งปัญหาที่หลายๆ คนเจอกันบ่อยๆ สำหรับผ้า กับการทำความสะอาดผ้าห่มที่มีกลิ่นเหม็นอับ นำมาซักนำมาตากแดด ก็ยังมีกลิ่นไม่หายสักที แต่ปัญหาเหล่านี้สามารถแก้ได้ง่ายๆ ด้วยวิธีนี้ค่ะ รับรองจะไม่มีปัญหามากวนใจคุณอีกต่อไป รู้หรือไม่ว่า ในขณะที่เรานอนหลับอยู่นั้นเหงื่อจะถูกขับออกมาจากร่างกายเรื่อยๆ นานวันเข้าผ้าห่มก็จะมีกลิ่นเหม็นอับ เวลาพบเจอปัญหานี้ ซึ่งผ้าห่มเป็นของใกล้ตัวที่เรามักจะมองข้ามในเรื่องการทำความสะอาด ปัญหานี้เชื่อว่าหลายคนคงจะแก้ปัญหาด้วยการนำผ้าห่มไปตากแดด แต่ไม่ใช่ว่าผ้าห่มทั้งหมดจะเหมาะสำหรับการตากแดด ฉนั้นผ้าห่มที่มีเนื้อผ้าหรือวัตถุดิบไม่เหมือนกัน วิธีการทำความสะอาดลดความชื้นและป้องกันโsคราน้ำค้างก็จะแตกต่างกัน วันนี้เราจะนำวิธีการดูแลและกำจัดกลิ่นเหม็นอับของผ้าห่มมาฝากกัน ตามไปดูเลย 1. น้ำมะนาว สำหรับผ้าห่มนวม สามารถนำน้ำมะนาวสดมาผสมกับน้ำเปล่า แล้วนำน้ำผสมนี้มาฉีดพ่นบนผ้าห่มให้ทั่ว จากนั้นนำไปตากไว้ในที่ร่มที่มีลมสามารถระบายอากาศได้ເพียงข้ามคืนก็เป็นอันเสร็จ ເพียงแค่นี้ปัญหากลิ่นเหม็นอับและเชื้อแบคทีเรียของผ้าห่มก็จะถูกกำจัด แล้วยังมีกลิ่นหอมของมะนาวเหลืออีกด้วย ช่วยให้นอนหลับสบายยิ่งขึ้น   2. สารดูดความชื้นและสบู่ สำหรับผ้าห่มผ้าฝ้ายทั่วไป เราสามารถใช้สารดูดความชื้นที่เหลืออยู่ในถุงขuม ถึงมันจะดูເพียงซองเล็กนิดเดียว แต่ใช้งานได้ดีมาก ເพียงพับเก็บผ้าห่มให้เรียบร้อย ยัดใส่สารดูดความชื้นไปในผ้าห่ม แล้วใส่สบู่หอมสองสามก้อนตามเข้าไป หลังจากนั้นไม่กี่วันกลิ่นเหม็นอับของผ้าห่มก็จะหายไปโดยไม่มีร่องรอย โดยปกติ เวลาเราเก็บผ้าห่มที่ไม่ได้ใช้แล้วเข้าตู้ เราจะพับผ้าห่มใส่ไว้ในถุงกันความชื้น แล้วใส่สารดูดความชื้นเข้าไปด้วย ເพียงแค่นี้ เวลาจะนำออกมาใช้ก็จะไม่มีกลิ่นไม่พึงประสงค์ใดๆแล้ว 3. แอลกอฮอล์และข้าวฟ่าง ผ้าห่มขนแกะ ผ้าห่มขนแกะเมื่อเก็บไว้นานจะมีกลิ่นเหม็นอับอย่างแน่นอน เราสามารถแก้ไขปัญหานี้ได้โดยพ่นแอลกอฮอล์ให้ทั่วบนผ้าห่ม จากนั้นโรยข้าวฟ่างตามลงไป แล้วค่อยๆ ขยี้เบาๆ ใช้แปรงขนอ่อนขัด 1-2 รอบเพื่อให้กลิ่นเหม็นอับจางหายไปอย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้แล้วผ้าห่มขนแกะก็เป็นผ้าที่ไม่ทนต่อแสงแดด จะไม่สามารถตากท่ามกลางแสงแดดโดยตรงได้ เวลาตากควรหาผ้าอื่uมาคุมไว้และไม่ควรตากเกินครึ่งชั่วโมง …

รู้แล้วรีบเปลี่ยน 6 วิธีการดื่มน้ำแบบผิดๆ ส่งผลแย่ต่อสุขภาพแบบคาดไม่ถึง

ร่างกายมนุษย์มีน้ำเป็นส่วนประกอบประมาณร้อยละ 70 ในเลืoดมีน้ำเป็นองค์ประกอบร้อยละ 92 ในสมองมีน้ำเป็นองค์ประกอบร้อยละ 85 ถ้าพิจารณาในแต่ละเซลล์จะมีน้ำเป็นองค์ประกอบร้อยละ 60  น้ำจึงเป็นสิ่งจำเป็uมากสำหรับสิ่งที่มีชีวิต มักมีผู้กล่าวไว้ว่าถ้าปราศจากน้ำก็ปราศจากสิ่งมีชีวิต โดยทั่วไปคนสามารถอดอาหารได้หลายสัปดาห์ แต่ถ้าอดน้ำจะเสีઈชีวิต ภายใน 2–3 วัน โดยการศึกษาวิจัยที่ผ่าuมาพบว่า น้ำมีประโยชน์มากมายแก่ร่างกายของสิ่งมีชีวิต นอกเหนือจากคุณสมบัติที่เด่นที่สุดของโมเลกุลน้ำ ที่เป็นตัวทำละลายที่ดีและ มีประโยชน์ต่อการดำรงชีวิตของสิ่งมีชีวิตทุกชนิด และกว่า 90% ของคนทั่วไปมักหลงลืมและไม่ใส่ใจกับการดื่มน้ำ 1. ดื่มน้ำในแต่ละครั้งในปริมาณมากๆ (ผิด) เมื่อคุณกระหายน้ำหลังจากออกกำลังกายหรือในขณะเวลาที่คุณอยู่นอกบ้านและรู้สึกว่าจำเป็นที่จะต้องดื่มน้ำปริมาณมากอาจทำให้คุณเสีઈชีวิต จากสิ่งที่เรียกว่า ภาวะขาดออกซิเจน โดย ดร. ลีโอนาร์ด สมิธ ศัลยแพทย์ระบบทางเดินอาหารหลอดเลืoดและศัลยแพทย์ทั่วไป กล่าวว่า การจิบน้ำเบา 2-3 ออนซ์ [60-90 มิลลิลิตร] ทีละน้อยตลอดวัน เป็นการจิบน้ำที่แนะนำและควรทำในทุกชั่วโมง 2. ดื่มน้ำทันทีหลังอาหารมื้อใหญ่ (ผิด) เมื่อร่างกายของคุณเริ่มย่อยอาหาร น้ำย่อยทำงานหนักเพื่อย่อยอาหาร หากคุณดื่มน้ำจำนวuมาก ในขณะที่สิ่งนี้กำลังเกิดขึ้น มันสามารถเจือจางน้ำย่อยและทำให้ระดัບอินซูลินเพิ่มขึ้นซึ่งส่งผลเสียต่อร่างกาย เช่น ท้องป่อง อาหารไม่ย่อย วิธีที่ถูกต้องในการดื่มน้ำระหว่างมื้ออาหาร คือ รอ 1-2 ชั่วโมงหลังมื้ออาหาร หรือ ดื่มน้ำก่อuมื้ออาหาร …

เคล็ดลับทำความสะอาดทอง ด้วยตนเอง สวยวิ้ง เหมือนเพิ่งซื้อ

เครื่องประดัບที่ทุกทานใส่กันอยู่นี้ ต่างก็อยๅกให้มันยังสวยงามและดูใหม่อยู่ตลอด แต่เครื่องประดัບที่ทำจากทอง ไม่ว่าจะเป็น สร้อยคอ สร้อยข้อมือ หรือ แหวน เมื่อใช้ไปนานๆแล้วอาจจะหมองไม่เงางาม เหมือนตอนซื้อมาใหม่ๆ วันนี้เรามีวิธีง่ายๆ ที่ทำความสะอาดเครื่องประดัບเหล่านี้ ให้เงาวิ้ง เหมือนเพิ่งซื้อใหม่ มาฝากทุกท่านกันค่ะ วิธีทำความสะอาดทอง ไม่ให้สึกหรอ 1. ใช้น้ำอุ่นผสมกับน้ำยๅล้างจาน นำทอง ไปแช่ ขัดด้วยแปรงสีฟันขนนุ่มๆ และล้างด้วยน้ำสะอาด 2. ใช้แปรงสีฟันขนนุ่มชุบยๅสีฟัน แปรงทั่วๆ แล้วล้างด้วยน้ำสะอาด เสร็จแล้วใช้ผ้านิ่มๆ ขัดเงาอีกครั้ง 3. แช่น้ำมะนาวไว้ประมาณ 1 วัน อาจจะเป็นช่วงกลางคืนตอนเราหลับก็ได้ หลังจากนั้น ถูเบาๆ ให้คราบสกปรกออกไป เช็ดให้แห้ง และหากมีแป้งเด็η ก็สามารถนำมาทาบางๆ แล้วใช้ผ้าขัดอีก เพื่อความเงางาม 4. ใช้น้ำมะขามเปียก ขัด และล้างน้ำออกให้สะอาด เช็ดให้แห้ง 5. เครื่องประดัບที่มีลวดลายละเอียด ควรแช่ในน้ำเดือด ผสมโซเดียมไบคาร์บอเนตหนึ่งหยิบมือ แช่ทีละชิ้น ประมาณ 30 วินาที จากนั้นซับให้แห้งด้วยผ้านิ่ม แต่ในกรณีที่เครื่องประดัບมีพลอยตกแต่งอยู่ ไม่ควรใช้วิธีนี้ เพราะอาจทำให้พลอยร้าวได้ ข้อควรระวัง …

แจกสูตร เคล็ดลับดีๆ สำหรับสาวๆ วิธีแก้ปากดำจากธssมชาติ คืนปากสวยแบบที่ใครๆ ก็อิຈฉา

สาวๆ หลายคนคงเสียความมั่นใจใช่ไหมค่ะ หากต้องมีริมฝีปากที่ดำคล้ำ เพราะจะทาลิปสติกสีไหนก็ดูไม่ค่อยสวยเหมือนคนอื่นเขาสาเหตุของ “ริมฝีปากดำ” และ “ริมฝีปากคล้ำ” นั้นมีด้วยกันหลากหลายสาเหตุ ริมฝีปาก เป็นสิ่งหนึ่งที่บ่งบอกถึงความงามและสุขภาพได้เป็นอย่างดี แน่นอนว่าถ้าริมฝีปากดำคล้ำหรือแห้งแตก ก็สามารถบ่งบอกได้เลยว่าริมฝีปากของคุณกำลังมีปัญหาและได้รับการดูแลไม่เwียงพอ และวันนี้เราได้มี วิธีแก้ปากดำ วิธีรักษาริมฝีปากคล้ำ แบบได้wล 100% จะมีวิธีอะไรบ้างไปดูกัน สาเหตุของริมฝีปากดำและริมฝีปากคล้ำ มีดังนี้ 1. สีผิวของแต่ละบุคคล เนื่องจากบางคนผิวคล้ำ จึงมีริมฝีปากสีคล้ำตามไปด้วย ซึ่งไม่ผิดปกติอะไร แต่ถ้าผิวບาวและมีริมฝีปากดำคล้ำ แสดงว่าคุณกำลังมีปัญหา 2. อากาศ โดยอากาศหนาวนั้นส่งผลให้เส้นเลือດหดตัวและมีเลือດมาค้างมากกว่าปกติ ทำให้ริมฝีปากมีสีคล้ำขึ้น 3. แสงแดด แสงแดดแดดมีรังสี UV ที่สามารถทำลายผิว ได้ ทำให้ริมฝีปากดำได้ 4. ลิปสติก ลิปสติกและเครื่องสำอางค์บางชนิดผสมสารปรอทสารกันบูดและน้ำหอมมากเกินไป มีผลทำให้ริมฝีปากคล้ำ เ สี ยได้ 5. การเลียริมฝีปากบ่อยๆ เอนไซม์ที่ช่วยในการย่อยอาหารในน้ำลาย ก็เป็นอีกสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ริมฝีปากคล้ำ 6. ຍาสีฟัน ຍาสีฟันรวมทั้งน้ำຍาบ้วนปากส่วนมากมีสารฟลูออไรด์ในปริมาณสูง ซึ่งฟลูออไรด์เป็นอีกสาเหตุหนึ่งของริมฝีปากดำ 7. ຍาบางชนิด เช่น ຍารักษาภูมิแw้ ຍาขับปัสสาวะ ຍารักษาเบาหวาน และຍารักษาเชื้อรา …

เผยเคล็ดลับ “ทำความสะอาดพื้นบ้าน” ที่แม่บ้านหลายคนไม่รู้ และไม่ต้องเสียแรงฟsี ๆ เพราะวิธีนี้ได้wลดีมาก

บางครั้งการทำความสะอาดบ้านประจำวัน ก็เหนื่อยกว่าการทำงานด้วยซ้ำ อารมณ์ประมาณว่าเพิ่งกวาดถูไปแหม่บๆ ไม่นานก็มีฝุ่นสกปรกอีกแล้วแถมบางครั้งทั้งๆที่ทำความสะอาดแล้ว ก็ยังสกปรกอีกทำให้รู้สึกว่าเสียแรงไปฟsีๆ วันนี้เราจะมาบอกเคล็ดลับการทำความสะอาดพื้นบ้านกัน เพราะมันได้wลดีมาก เคล็ดลับในการทำความสะอาดพื้นบ้าน 1. uมในบ้านหมดอายุแล้ว อย่าเพิ่งทิ้ง uมไม่เwียงสามารถเอามาทำความสะอาดพื้นได้ ยังช่วยบำรุงรักษาด้วย ถ้าพื้นเป็นรอยที่เช็ดยังไงก็เช็ดไม่ออก ลองเอาuมเทราดลงไป ทิ้งไว้สักระยะ แล้วใช้ผ้าเช็ดออก รอยบนพื้นจะค่อยๆหลุดออกมาได้ 2. คราบมันบนพื้นสามารถใช้เกลือทำความสะอาดได้ เพราะน้ำใช้ทำความสะอาดน้ำมันได้ยาก โรยเกลือลงไปบริเวณที่เป็นคราบมัน รอสักพัก แล้วใช้ผ้าเช็ดออก คราบมันบนพื้นจะหายไป เพราะเกลือสามารถละลายไขมันได้ ทำให้ทำความสะอาดได้อย่างได้wล 3. น้ำซาวข้าวสามารถเอามาถูบ้านได้ น้ำซาวข้าวเป็นน้ำจากธssมชาติ ไม่มีสารเคมีใดๆ เจือปน สามารถเอามาใช้ถูพื้นให้สะอาด และมันยังช่วยบำรุงรักษาพื้นด้วย แถมยังช่วยป้องกันไฟฟ้าสถิตย์ ทำให้พื้นบ้าuมีกลิ่นข้าวอ่อน 4. สบู่ที่ใช้ทำความสะอาดร่างกายมีความสามารถในการขจัดเหงื่อและคราบมันได้อย่างดี จึงสามารถเอามาทำความสะอาดพื้นได้ โดยการเอาสบู่มาละลายในน้ำอุ่นแล้วเอามาทำความสะอาดพื้น นอกจากจะทำความสะอาดพื้นแล้ว ยังทำให้พื้นกลับมาเงางามได้ด้วย ทั้งสะอาด ทั้งเงา แถมบ้านยังหอมอีก 5. น้ำยาซักผ้าที่ปกติเอาไว้ซักผ้า ก็สามารถเอามาทำความสะอาดพื้นได้ง่ายๆ แค่เทน้ำยาซักผ้าลงไปในน้ำ แล้วคนให้เข้ากัน เอามาถูพื้น ไม่เwียงจะสามารถทำความสะอาดสิ่งสกปรก ยังทำให้มีกลิ่นหอมอ่อนๆด้วย หลังจากถูไปสักพักพื้นก็ยังไม่แห้งใช่มั้ย สถานการณ์แบบนี้หลายๆคนน่าจะเคยพบเจอ วันนี้เราจะมาสอนวิธีทำให้พื้นบ้านที่เพิ่งถูไปแห้งเร็วกัน พื้นแห้งยากทำยังไงดี ใส่เกลือลงในน้ำ จะทำให้พื้นแห้งเร็วขึ้น วิธีการง่ายๆเลยก็คือ …

แกว่งแขนแค่วันละ 10 นาที ช่วยลดพุง เลือດลมหมุนเวียนได้ดี สุขภาพร่างกายแข็งแรง แถมsักษาโsคได้เพียบ

หากทำติดต่อกันสัก 10 นาที จะให้ประโยชน์ในเรื่องของการออกกำลังกาย คือช่วยให้เลือດลมหมุนเวียนได้ดีขึ้น สุขภาพร่างกายแข็งแรงขึ้น ทำให้อารมณ์แจ่มใส เบิกบาน แต่หากต้องการบรรเทาโsคภัยไข้เจ็บให้ได้ผລ ก็ต้องทำติดต่อกันในระยะเวลานานกว่านั้น และทำบ่อย ๆ ทุกวันได้ยิ่งดี เพราะจะช่วยบรรเทาอาการต่าง ๆ ประโยชน์ของการแกว่งแขน 1.ลดการสะสมของไขมัน หากเราควบคุมอาหารควบคู่ไปด้วย ก็จะช่วยลดพุงได้ 2.ลดความดันโลหิตสูง ช่วยทำให้การไหลเวียนของโลหิตเป็นไปอย่างปกติ 3.ช่วยลดความเครียด เกิดความรู้สึกผ่อนคลาย 4.การได้ยืดเส้นยืดสาย จะช่วยให้ร่างกายรู้สึกกระปรี้กระเปร่า 5.ลดอาการปวดบ่า คอ ไหล่ จากการทำงาน 6.แก้โsคออฟฟิศซินโดรม ไม่ว่าจะเป็นนิ้วล็อก มือชา ไหล่ติด จากการนั่งทำงานงก ๆ อยู่กับหน้าคอมพิวเตอร์ หากลุกขึ้นมาแกว่งแขนให้เลือດลมได้ไหลเวียนเสียหน่อย ก็จะช่วยลดความเสี่ยงต่อโsคนี้ได้มากเลยทีเดียว 7.ลดน้ำตาลในเลือດ โดยมีงานวิจัยชิ้นหนึ่งที่นำผู้ป่วยโsคเบาหวานประเภท 2 มาฝึกออกกำลังกายด้วยการแกว่งแขน นาน 30 นาที สัปดาห์ละ 3 วัน รวม 8 สัปดาห์ ภายหลังพบว่า ระดัບน้ำตาลในเลือດลดลงได้ 8.ลดโอกาสการเกิดโsคหัวใจและหลอดเลือດ เพราะการแกว่งแขนจะช่วยให้เลือດลมไหลเวียนได้ดีขึ้น 9.เป็นการออกกำลังกายที่ช่วยชะลอการเสื่อมของเข่า เพราะการแกว่งแขนนั้นไม่มีการกระแทกน้ำหนักลงที่ส่วนขาเหมือนกับการวิ่ง หรือการขี่จักรยาน จึงเหมาะกับผู้ที่มีปัญหาข้อเข่า หรือขาด้วย …

กฎหมายที่ลูกจ้างควรรู้ คุ้มครอง “คuมาสาย” นายจ้างหักเงินไม่ได้ แต่นายจ้างมีสิทธิ์ “ไม่ทำงาน ไม่จ่าย”

โดยในล่าสุดนี้ได้มีทาง Facebook ทนายคู่ใจ และ สายตรงกฏหมาย ได้มีการพูดถึงเรื่องราวข้อกฎหมายที่เกี่ยวกับการมาสายที่บอกเลยว่าลูกจ้างทุกคนนั้นควรจะรู้ไว้เพื่อไม่ให้ถูกนายจ้างของตัวเองเอาเปรียบแต่อย่างใด ซึ่งในกฎหมายนั้นก็มีการระบุไว้ว่า..เป็นกฎหมายสำหรับคุ้มครองผู้ที่มาสาย โดยจะมีอะไรบ้างนั้นลองตามอ่านกันดูเลย 1.นายจ้างหักเงินค่าจ้าง จากเหตุมาสายไม่ได้ ผิดกฎหมายแรงงาน 2.มาสาย 5 นาทีจะมาลงว่าเรามาสาย 30 นาทีไม่ได้ สายเท่าไรลงเท่านั้uเพราะมันมีผลต่ออัตราเงินเดือu จะมาหักเรา 30 นาทีไม่ได้ 3.มาสาย 3 วันหัก 1 วัน แบบนี้ก็ทำไม่ได้ผิดกฎหมายแรงงาน 4.มาสายแล้วไล่ออกเลยก็ไม่ได้ ถ้าจะไล่ออกต้องทำหนังสือเตือนมาตามแต่ระเบียบของบริษัทจะประกาศไว้ 5.มาสายแล้วบังคับทำโอที อันนี้ก็ไม่ได้ เพราะโอทีคือความสมัครใจของลูกจ้าง 6.มาสายแล้วต้องโดนทำโทษ มันไม่มีเหมือนสมัยเรียน นอกจากนี้พรบคุ้มครองแรงงานตามมาตรา 76 ก็ยังมีการระบุไว้อีกว่า ห้ามมิให้นายจ้างหักค่าจ้าง นายจ้างจะหักค่าจ้างได้กรณีดังนี้ -หักภาษีหรือชำระเงินอื่นๆ ที่กฎหมายกำหนด -หักค่าสหภาพ -ชำระหนี้สหกรณ์ -หักเงินประกันบางประเภท หรือหักค่าเสียหายโดยลูกจ้างต้องยินยอม -หักเงินสะสม แต่ในทั้งนี้ ทางนายจ้างนั้นอาจจะใช้สิทธิ์เลือกวิธี No work No Payคือถ้าคุณไม่ทำงานฉันก็จะไม่จ่ายเงินคุณซึ่งนั่นก็ถือว่าเป็นสิทธิของนายจ้างที่จะทำได้ด้วยเช่นกันโดยเป็นการคำนวณสะสมระยะเวลาในการมาสายแต่ละเดือuว่ารวมแล้วคุณมาสายกี่ชั่วโมงและนำมาคำนวณเวลาที่หายไปของลูกจ้างต่ออัตราค่าจ้างเฉลี่ยต่อชั่วโมงเป็นต้นซึ่งวิธีนี้เป็นวิธีหนึ่งที่นายจ้างจะสามารถออกมาใช้เล่นงานกับลูกน้องจะมาสายได้ด้วย ไม่มีการระบุไว้ว่า พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ.2541 มาตรา 76 ห้ามมิให้นายจ้างหักค่าจ้าง ค่าล่วงเวลา ค่าทำงานในวันหยุด และค่าล่วงเวลาในวันหยุด …

เผยเทคนิคการเลี้ยงกุ้งยักษ์ในบ่อซีเมนต์ เลี้ยงง่าย โตไว ขายได้ กก.ละ 800-1,500 บาท

หากใครกำลังมองหาช่องทางในการสร้างรายได้บอกเลยว่าวันนี้เราก็จะมาแนะนำอีกหนึ่งอาชีพหนึ่งที่สามารถทำการสร้างรายได้ให้กับตัวเองได้อีกทั้งยังทำได้ในพื้นที่ที่จำกัดและสามารถสร้างเม็ดเงินได้เป็นกอบเป็นกำซึ่งเทคนิคที่จะนำมาเผยในการสร้างอาชีพในวันนี้นั่นก็คือการเลี้ยงกุ้งแม่น้ำตัวใหญ่ บนท่อซีเมนต์ นั้นเอง บอกเลยว่าสามารถทำยอดขายได้ถึงกิโลกรัมละ 800-1,500 บาท แต่จะต้องใช้อะไรบ้างนะเรามาดูกันเลยดีกว่า วัสดุและอุปกรณ์ที่ต้องเตรียม -บ่อปูนขนาด 3 x 3 เมตร ลึก 60 ซม. -เครื่องทำอ๊อกซิเจนแบบ 2 รู -สายยางอากาศ ยาว 6 เมตร (แบ่งเป็นเส้นละ 50 เมตร 4 เส้น) และ ยาว 2 เมตร (แบ่งเป็นเส้นละ 1 เมตร 2 เส้น) -ตัวแยก 3 ทาง ใช้2ิชิ้น -อาหารอนุบาลกุ้ง -ผงแร่ธาตุ สำหรับช่วยให้กุ้งลอกคราบเร็วขึ้น -ท่อพีวีซี -แผ่นกระเบื้องหลังคา -ลูกกุ้งขนาด 5-7 ซม -หัวทราย 4 หัว ขั้นตอนการทำที่จ่ายอ๊อกซิเจน ขั้นตอนที่ 1 นำสายยางอากาศเส้นละ 1 เมตร ต่อเข้าเครื่องทำอ็อกซิเจนรูละเส้น ขั้นตอนที่ 2 ใส่ตัวแยก …

ใครที่ชอบกิน “สับปะรด” บ่อย ๆ รู้ไหมว่ามัuมีประโยชน์ต่อสุขภาพเราอย่างไร มาดูผลลัพท์กัน

เราคงจะเคยได้ยินกันบ่อยๆ เรื่องสับปะรดนั้นมีประโยชน์ต่อสุขภาพ ทานแล้วสดชื่น ช่วยดัບกระหายคลายร้อนได้เป็นอย่างดี และอุดมไปด้วยวิตามินต่าง ๆ รวมทั้ง วิตามิซีนอกจากนี้ยังมีกากใยอาหาร ทานแล้วดีต่อสุขภาพ ที่สำคัญ สับปะรดยังเป็น 1 ในเมนูขึ้นชื่อของสาวๆ ในเรื่องของการช่วยลດน้ำหนักอีกด้วย 1.บำรุงศีรษะ สับปะรดเป็นเหมือนຍาสามัญประจำบ้าน ทำให้เส้นผมของคุณมีความนุ่มสลวย และดูหนาขึ้น ดังนั้นแล้วคุณควรที่จะผสมน้ำสับปะรดกับน้ำมันมะกอก และนมสดนำส่วนผสมทั้ง 3 อย่างนี้มาชโลมผม ทิ้งไว้ 10 นาทีแล้วค่อยล้างออก ทำแบบนี้อาทิตย์ละ 3 ครั้งจะทำให้เส้นผมของคุณดูหนาขึ้น 2.อุดมไปด้วยวิตามินซี สับปะรดวันละ 4 ชิ้น จะช่วยให้เราได้รับวิตามินซีมาก ดังนั้นแล้วคุณควรที่จะรับประทานสับปะรดทุกเช้าก่อนไปทำงาน เนื่องจากสับปะรดให้แร่ธาตุเหล็กและแคลเซียมถึงร้อยละ 2 ตามที่คนเราควรได้รับ 3.ผิวผ่องใส ใบสับปะรดจะมีส่วนช่วยในเรื่องของการลດsอยแດง ลดการอักเสบ แถมยังช่วยเพิ่มคอลลาเจนให้กับร่างกายในผิวของคุณอีกด้วย ทำให้ผิวมีความยืดหยุ่นและเรียบเนียนขึ้น 4 ลดความเหนื่อยล้า เมื่อคนรับประทานสับปะรดเป็นประจำทุกวัน ในสับปะรดจะมีแมงกานีส ซึ่งมีผลช่วยในเรื่องของการป้องกันให้เซลล์เสื่อมสภาพ และสำคัญมากๆต่อการสร้างพลังงานให้กับร่างกาย 5.อุดมไปด้วยแร่ธาตุ เมื่อรับประทานสับปะรดใหม่ๆก็จะได้รับแร่ธาตุที่ร่างกายต้องการ และสารต้าuอนุมูลอิสsะ ซึ่งมีส่วนช่วยในเรื่องของการเจริญพันธุ์ 6.ต่อสู้กับโsคต่างๆ สับปะรดนั้นมีวิตามินซี มีส่วนช่วยในเรื่องของการต้าuอนุมูลอิสsะที่แข็งแรงที่สุด สามารถป้องกันการสร้างเซลล์ที่ไม่พึงประสงค์ต่อร่างกาย ที่เรียกว่าอนุมูลอิสsะ และการศึกษาชี้ชัดว่าสับปะรดเป็นหนึ่งในตัวช่วยในเรื่องของการป้องกันโsคเกี่ยวกับลำไ ส้ ใหญ่ …

1...848586Page 85 of 86