Home สาระความรู้ 7 สัญญาณที่ฟ้องว่า ไตคุณไม่ไหวแล้ว ต้องรีบหาหมอก่อนสายไป

7 สัญญาณที่ฟ้องว่า ไตคุณไม่ไหวแล้ว ต้องรีบหาหมอก่อนสายไป

1 min read
0
130

มีการรายงานจากสำนักข่าวต่างประเทศอย่างไตหวัน ว่าเป็น เมืองแห่งการล้างไต และมีประชาชากรที่ต้องล้างไตสูงมากเป็นอันดับ 1 ของโลก และในเมืองก็มีผู้สูงอายุ เกินกว่า 60 ปีที่ต้องเสี่ยงเป็นโรคไต โรคเบาหวาน โรคความดัน เพื่อไม่ให้เป็นการชะล่าใจ ยังมี สัญญาณ หลายอย่างที่สามารถย้อนกลับมาเกิดขึ้นอีกได้!! วันนี้เราขอนำเสนอ 7 วิธีสังเกตเกี่ยวกับ “โรคไต”

1. มือและเท้าข้อเท้าบวม

ผู้ป่วยที่เป็นโรคไตไม่สามารถถ่ายเทของเหลวส่วนเกินในร่างกายได้ ทำให้โซเดียมยังคงตกค้างอยู่ในร่างกาย ทำให้เกิดอาการบวมที่มือและเท้าและข้อเท้า อาการบวมที่ส่วนล่างของร่างกายอาจเกิดจากโรคหัวใจ, ตับ หรือเส้นເลือดขอดได้ บางครั้งยาสามารถลดระดับเกลือและล้างของเหลวส่วนเกินในร่างกายได้ หากไม่เกิดประโยชน์ควรรีบไปพบแพทย์เพื่อรักษาด้วยวิธีอื่นต่อไป

2. ปัญหาเรื่องการนอน

หากไตไม่สามารถทำงานได้ตามปกติ โดยการขับสารพิមต่างๆ ออกทางปัสสาวะ แต่ยังคั้งค้างอยู่ตามเส้นເลือดในร่างกาย เมื่อสารพิមมีมากขึ้น จะทำให้คุณนอนหลับยาก นี้จึงเป็นสาเหตุที่ทำไตทำงานได้น้อยลง เมื่อคุณนอนหลับพักผ่อนไม่เพียงพอ

ผู้ป่วยโรคไตเรื้อรังอาจมีอาการหยุดหายใจขณะนอนหลับ การหยุดพักหายใจอย่างน้อยหนึ่งครั้งและจะหยุดต่อไปสักครู่เป็นเวลา 1 นาทีหลังจากหยุดพักแต่ละครั้งจะทำให้เกิดอาการกรน ดังนั้นหากคุณมักมี อาการอย่างนี้ ทางที่ดีควรรีบไปพบแพทย์ด่วน!

3. ปวดหัวบ่อยๆ เหนื่อยง่าย ร่างกายไม่มีเรี่ยวแรง

ไตที่แข็งแรงจะเปลี่ยนวิตามินดีให้เป็นกระดูกที่แข็งแรงและผลิตฮอร์โมน Erythroprietin (EPO) ช่วยในการการสร้างເม็ดເลือดแดง เมื่อไตไม่ทำงานอย่างถูกต้อง การหลั่ง EPO ก็จะลดลง เซลล์ເม็ดເลือดแดงที่รับผิดชอบในการพกพาออกซิเจนก็จะลดลงด้วย ทำให้เกิดความเมื่อยล้ากล้ามเนื้อและสมองอย่างรวดเร็ว

ภาวะโลหิตจางเป็นอาการที่พบได้บ่อยที่สุดในผู้ป่วยโรคไตเรื้อรังและอาจเกิดภาวะโลหิตจาง การทำงานของไตก็จะเหลือเพียง 20% หรือ 50% ເท่านั้น แต่ถ้าหากคุณนอนหลับอย่างเพียงพอ แต่ยังคงรู้สึกอ่อนเพลียอ่อนแอคุณควรพบแพทย์ทันที

4. ปวดหลัง

ความล้มเหลวของไตอาจทำให้เกิดอาการปวดที่บริเวณขาหนีบหรือบริเวณที่มีสะโพก อาการปวดหลังและอาการปวดขาอาจเกิดจากซีสต์ในไต ซีสต์ไตส่วนใหญ่เกิดจากบนผิวของไตมีตุ่มน้ำเกิดขึ้น ข้างในมีของเหลว

เพราะฉะนั้นหากคุณมีอาการปวดหลังที่เกิดจากความผิดปกติของไต จะมาพร้อมกับอาการคลื่นไส้,อาเจียน,อุณภูมิร่างกายสูง และอาการปัสสาวะบ่อยๆ ถ้าคุณปวดหลัง เมื่อรับประทานยาแก้ปวดก็ไม่ได้ผล ให้รีบไปที่โรงพยาบาลเพื่อตรวจเช็คร่างกายอย่างละเอียด

5. ผิวมีอาการคันแห้ง

ไตที่แข็งแรง จะช่วยขจัดของเสียและของเหลวส่วนเกินออกจากกระแสເลือด และช่วยสร้างเซลล์ເม็ดເลือดแดงและรักษาสมดุลของแร่ธาตุในร่างกาย ถ้าผิวของคุณมักจะแห้งคันอาจเป็นเพราะไตไม่สามารถรักษาความสมดุลของแร่ธาตุได้

อาจส่งผลร้ายแรงนำไปสู่โรคกระดูกและโรคไตได้ ถ้าผิวของคุณแห้งและคันทันทีให้ลองดื่มน้ำให้มากๆ และปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์

6. มีกลิ่นปากหรือปากที่มีรสโลหะ

เมื่อของเสียเข้าไปอุดตันในເลือด ส่งผลให้สามารถเปลี่ยนรสชาติของอาหาร และทำให้ปากมีรสโลหะได้ หากมีสารพิមหรือของเสียที่มากเกินไปในເลือด ก็เป็นอีกสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เกิดกลิ่นปาก ผู้ป่วยส่วนใหญ่มักรู้สึกเบื่ออาหารและทำให้น้ำหนักลดลง

แต่ถ้าคุณได้รับการรักษาแล้ว ยังมีรสชาติโลหะในปากอยู่อีก แนะนำให้ไปหาหมอเพื่อหาสาเหตุที่แท้จริงต่อไป

7. หายใจถี่

เมื่อระบบการทำงานของไตผิดปกติ น้ำส่วนเกินในร่างกายก็จะเข้าสู่ปอด ในขณะเดียวกันโรคโลหิตจางก็จะใช้ออกซิเจนในร่างกายไปหมด ทำให้หายใจลำบากได้ อย่างไรก็ตามความล้มเหลวของไตวาย,โรคมะເร็งปอดหรือหัวใจล้มเหลวอาจทำให้หายใจถี่ได้ หากคุณมักจะหายใจไม่ออกคุณควรไปพบแพทย์โดยเร็วที่สุด

เรียบเรียงโดย : herbtrick.com

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

Check Also

น้อยคนจะรู้ แก้วมังกร กินผิดวิธีให้โทษมากกว่าประโยชน์

หากพูดถึงผลไม้ที่ช่วยในการควบคุมอาหารและทำให้น้ำหนักลดล … …