Home สาระความรู้ จงหมั่นฝึกฝนตัวเองให้เป็น “คนใจเย็น” เพราะคนคือหนทางของ “คนฉลาด”

จงหมั่นฝึกฝนตัวเองให้เป็น “คนใจเย็น” เพราะคนคือหนทางของ “คนฉลาด”

1 min read
0
28

สภาพสังคมทำให้ทุกอย่างดูเร่วรีบไปหมด จิตใจคนก็ร้อนตาม แต่ความใจร้อนมักจะนำมาซึ่งความเดือดร้อน วันนี้เราจึงนำวิธีการฝึกตัวเองให้ ใจเย็น เพราะอะไรที่ผ่านการคิดการไตร่ตรอง มักจะไม่เกิดปัญหาเท่าไหร่นัก เราลองไปฝึกจิตใจให้เป็นคนใจเย็ฯกันเถอะค่ะ ว่ากันว่า คนฉลาดนั้นมักจะใจเย็นกัน

1. ตื่นอย่างมีสติ

แทนที่จะตื่นมาแล้วเช็คข่าวสารจากโซเชียลมีเดียเป็นสิ่งแรกของวัน ให้เวลาตัวเองซัก 5 ถึง 10 นาที นั่งสมาธินิ่ง ๆ ก่อนจะรับข่าวสารอื่น ๆ เพื่อช่วยให้การเริ่มต้นวันใหม่เป็นไปอย่างมั่นคงในอารมณ์

2. เดินอย่างมีสติ

เดินไปข้างหน้าด้วยความรู้สึกขอบคุณทุกสิ่งทุกอย่าง ขอบคุณร่างกายที่ยังมีกำลังมากพอให้สามารถเดินได้

ขอบคุณถนนหนทาง ที่สะดวกสบายมากพอจนเดินก้าวไปได้ และเดินด้วยใจกรุณา ด้วยความรู้สึกว่า อยากสร้างแต่รอยยิ้มอันงดงามให้กับโลกใบนี้

3. กินอย่างมีสติ

บางครั้งเราก็ทานไปด้วยคุยโทรศัพท์ไปด้วย บางครั้งก็ทานไปด้วยดูจอทีวี จอมือถือไปด้วย แล้วครั้งสุดท้ายที่ทานอาหารทีละคำ รับรสชาติ แล้วขอบคุณอาหารในมื้อนั้น คือเมื่อไหร่กันหรือ

4. สนทนาอย่างมีสติ

ฟังอย่างตั้งใจ ฟังโดยไม่คิดตัดสินคู่สนทนา เปลี่ยนสภาพตัวเองให้เป็นเหมือนภาชนะว่างเปล่าที่พร้อมรับฟังบุคคลตรงหน้า ขณะที่เมื่อพูดก็ตระหนักถึงความงดงามของความสัมพันธ์ระหว่างคุณและคู่สนทนา สื่อสารด้วยความรัก ด้วยความหวังดี ด้วยใจที่อยากจะสร้างสรรค์ความหมายดี ๆ ระหว่างกัน

5. ทำงานอย่างมีสติ

ท่ามกลางมรสุมงาน และการติดต่อผู้คนมากมายตลอดวัน เราก็สามารถฝึกสติรู้เนื้อรู้ตัวได้ง่าย ๆ เพียงหลับตาลง หายใจเข้าและออกลึก ๆ สัก 5 รอบลมหายใจ โดยให้สติตามลมหายใจ ไม่คิดเรื่องอื่น แล้วค่อยกลับไป โฟกัสกับงานตรงหน้าใหม่อีกครั้ง

6. ปล่อยวาง ไม่ยึดติด

ปัญหาที่เกิดขึ้นนทุกวันนี้ ส่วนหนึ่งก็เป็นเพราะคนเรามีอัตตามากเกินไป หากเราลองเปลี่ยนความคิด ไม่ยึดติดกับตัวตน แล้วลองคิดว่า สุดท้ายวันหนึ่งเราก็ต้องแตกดั บและสลายไป วนเวียนเป็นวัฏจักรเช่นนี้เรื่อยไปเพราะฉะนั้น ถ้าเรายอมรับกับวัฏจักรแห่งการเกิด ดับนี้แล้ว ไม่ว่าเรื่องใด ๆ ก็คงเป็นเพียงเรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ

7. นับหนึ่งให้ถึงสิบ

เริ่มจากวิธีพื้นฐานอย่างนับเลขในใจ เวลาที่เราโกรธใคร ให้ลองนับหนึ่งถึงสิบ หรือจะนับถึงร้อยถึงพันก็คงไม่มีใครว่า

เพราะการนับเลขจะส่งผลให้เรามีสมาธิ และยังได้มีเวลาไตร่ตรองคิดถึงสิ่งที่ผู้อื่นทำกับเรา และสิ่งที่เรากำลังคิดจะทำด้วย

8. ฝึกสมาธิ

การฝึกสมาธิให้ใจสงบนั้นมีหลายรูปแบบ จะนั่งสมาธิหรือเดินสมาธิก็ได้ เพราะเมื่อมีสมาธิ ก็มีสติ เมื่อมีสติก็เกิดปัญญา เวลาเกิดปัญหาก็จะมีทางแก้ไข

9. เข้าหูซ้ายทะลุหูขวา

อย่าเพิ่งเข้าใจผิดนะครับ เพราะปกติแล้ว คำว่าฟังหูซ้ายทะลุหูขวานั้น เขาใช้เปรียบเปรย คนที่ฟังอะไรแล้วไม่สนใจ ไม่ใส่ใจ ไม่รับความคิดใหม่ ๆ เข้ามาแต่ตอนนี้ผมกำลังหมายถึง ถ้าเป็นเรื่องไม่เป็นเรื่องแล้ว การฟังแบบเข้าหูซ้ายทะ ลุหูขวานั้นนับเป็นเรื่องที่ดี เพราะจะทำให้เราไม่ใส่ใจกับสิ่งที่ใครกล่าวมา

10. คิดมากไปหรือเปล่า

อาการคิดมากเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้เกิดโรคเครียดได้ ยิ่งอากาศร้อน ๆ ยิ่งเหตุการณ์อะไร ๆ ก็ไม่เป็นใจด้วยแล้วยิ่งทำให้ร้อนรน เมื่อเกิดเรื่องก็จะยิ่งเก็บมาคิด จนไม่เป็นอันกินอันนอน ลองเปลี่ยนจากความคิดเรื่องแย่ ๆ เปลี่ยนเป็นคิดเรื่องดี ๆ บ้างสิครับ เพราะความคิด.. เป็นตัวกำหนดวิถีชีวิตของเรา ไม่เชื่อลองทำดู คิดดี ทำดี เท่านี้พอ

11. ขอโทษ

หากเราทำผิด การใช้คำว่าขอโทษ ถือเป็นเรื่องธรรมดาที่สุด ไม่ใช่เรื่องยากเลย ถ้าเราจะต้องเอ่ยคำขอโทษ เพราะคำคำนี้ไม่ได้ทำให้ศักดิ์ศรีของเราตกต่ำลง หากแต่เป็นการรู้จักยอมรับ ในสิ่งที่ตนเองผิดต่างหาก อีกทั้งยังจะทำให้สถานการณ์ที่แย่คลี่คลายลงได้ อย่างไรก็ตาม เราไม่ควรใช้คำขอโทษอย่างพร่ำเพรื่อ เพราะจะทำให้ติดเป็นนิสัยที่ไม่ดี ทำอะไรก็ไม่ระมัดระวัง

12. รู้เขารู้เรา

บางครั้งแค่เราลองมองใส่ใจนิสัยของคนรอบข้างบ้าง ก็สามารถทำให้เราอยู่ร่วมกันในสังคมได้อย่างไม่ยากเย็น

แต่เราจะต้องรู้จักระงับสติอารมณ์ของเราด้วย เพราะเมื่อเราทราบแล้วว่าเขาเป็นคนแบบนี้ หากเรารับนิสัยเขาไม่ได้ ก็ให้อยู่ห่าง ๆ เข้าไว้เป็นดีที่สุด จะได้ไม่ต้องมีเรื่องมีราวกัน

13. ไม่หนีแต่ไม่ปะทะ

หากเราไม่สามารถทำอะไรกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นตรงหน้าได้แต่จะเก็บเอาไว้ก็กลัวจะกลายเป็นคนเก็บกด จะเดินหนี ก็จะกลายเป็นคนไม่ยอมรับความจริง

หากเกิดเหตุการณ์แบบนี้ คงต้องใช้สติที่รอบคอบตัดสินใจในการแก้ปัญหา รับฟังสิ่งที่ผู้อื่นว่ามา แล้วก็นำไปปรับปรุงในส่วนที่ไม่ดี แต่หากเป็นสิ่งที่เขาพูดพร่ำเพรื่อ ก็ไม่ต้องกังวลให้เสียเวลา เลิกคิดไปเลย ไม่จำเป็นต้องไปต่อปากต่อคำด้วย เพราะการทำเช่นนั้น ไม่ได้ส่งผลดีอะไรขึ้นมาเลย

14. หายใจเข้าและออกลึก ๆ

การหายใจเข้าออกลึก ๆ นาน ๆ จะทำให้เราได้มีสติยั้งคิดถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้น และทำให้ร่างกายเราได้รับการผ่อนคลายจากลมหายใจที่รับเข้าและส่งออก

ดังนั้น ก่อนที่จะตัดสินใจทำอะไรลงไปในช่วงเวลาที่มีอารมณ์โกรธ ลองหายใจลึก ๆ เข้า ออก อย่างช้า ๆ จะช่วยให้สถานการณ์รอบข้างดีขึ้น

15. ยิ้มเข้าไว้

รอยยิ้มสร้างโลกนี้ให้สดใสได้ เหมือนดังคำที่บอกว่า ถ้าคุณยิ้ม โลกก็จะยิ้มให้คุณ เพียงแค่คุณไปไหนแล้วมีแต่รอยยิ้มให้คนรอบข้าง คนรอบข้างก็จะอา รมณ์ดีขึ้นไปด้วย

 

 

แหล่งที่มา : feelingdd.com

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

Check Also

ใจแข็งบ้างเพื่อตัวคุณเอง 10 ข้อแง่มุมดีๆ ของการเป็น “คนใจแข็ง”

โลกนี้ช่างโหดร้าย การจะอยู่รอดได้นั้น ต้องปรับตัวให้เก่ … …