Home ข่าวทั่วไป พระเอกตัวจริง “โจวเหวินฟะ” ยกทรัพย์สิน 5.6 พันล้าน บริจาคให้การกุศล

พระเอกตัวจริง “โจวเหวินฟะ” ยกทรัพย์สิน 5.6 พันล้าน บริจาคให้การกุศล

1 min read
0
27

โจวเหวินฟะ ดาราที่มีชื่อเสียงมากที่สุดในภาคเอเชีย โดยโด่งดังมาจากบทบาทภาพยนต์เรื่อง เจ้าพ่อเซี่ยงไฮ้ และภาพยนตร์อื่นๆ อีกมากมายหลายคนคงสงสัยว่า เขาอยู่ในวงการบันเทิงมานานหลายสิบปี ต้องมีเงินมากมายมหาศาลแน่นอน จนสื่อท้องถิ่นทำการสำรวจโดยคราวๆ ดังนี้ว่า

สื่อบางที่สรุปได้ว่าเขามีรายได้มากกว่า : 1,300 ล้านบาท

บ้างก็ว่า : 2,300 ล้านบาท

สื่อนอกก็ออกมาคำนวณโดยคราวๆว่าน่าจะได้ : 3,400 ล้านบาทแต่ทุกสื่อคำนวณผิดหมด เพราะรายได้ที่แท้จริงของเขาคือ : 5,600 ล้านบาท

เขาได้รับความนิยมมากในภาคเหนือและทางใต้ของแม่น้ำแยงซี ประเทศจีน กอบโกยรายได้จำนวนมหาศาล และชื่อเขายังถูกบันทึกลงในตำราเรียนเหมือนกับ เยว่ เฟย์ ,ซุนยัตเซ็น กลายเป็นศิลปินคนแรกที่รวมอยู่ในตำราของโรงเรียนมัธยมร่วมสมัย!

และสื่อท้องถิ่นยังบอกอีกว่า เขาไม่เคยไปซื้อของบนห้างสรรพสินค้าเลย แต่กลับไปซื้อเสื้อผ้าตามตลาดนัดทั่วไป หรือร้านริมถนน ซื้อเสื้อยืดราคาถูกๆ ไม่ถึง 500 บาท และนี่ไม่ใช่ความลับในฮ่องกง เพราะก่อนหน้านี้มีคนแอบถ่ายได้ว่าเขาไปซื้อรองเท้าแตะที่ร้านขายรองเท้าทั่วไปในราคา 15 หยวน (ราว 65 บาท) แถมยังขอต่อรองราคาขายกับเจ้าของร้านอีก นี่แหละคือการใช้เงินของเขา

อะไรคือกลยุทธ์ในการใช้เงินของเขา? และเขาเอาเงินมากมายที่มีไปใช้ที่ไหน?

เมื่อ 10 ปีก่อนเพื่อนในวงการบันเทิงหลายคนก็สงสัยเหมือนกัน มีเพื่อนบางคนอดสงสัยไม่ได้จึงเอ่ยปากถามเขาไปว่า “พี่ฟะ พี่ทำงานมีรายได้มากมายมหาศาลขนาดนี้ เอาไปให้ใครใช้หรอ? พี่ก็ไม่มีลูกนะ”

เขาหัวเราะและตอบไปว่า “เงินเหล่านี้ไม่ใช่ของผม ผมแค่ช่วยพวกเขาดูแลชั่วคราว” เอ๊ะ! หมายความว่าไง ช่วยดูแลชั่วคราว?

กระทั่งมีข่าวเกี่ยวกับการบริจาคของเขา จึงทำให้คนทั้งประเทศได้คำตอบที่สงสัยมานาน เพราะโจวเหวินฟะได้ตัดสินใจบริจาครายได้กว่า 99% ให้กับการกุศลที่แท้แล้วเงินจำนวน 5,600 ล้านบาทนี้เขาเอามาทำความดีนั่นเอง เงินทองนั้นเป็นสิ่งที่ดี ช่วยให้เราสามารถมองคนคนหนึ่งให้ทะลุปรุโปรงได้ มองออกว่าใครฉลาด และมองว่าเขาจัดการกับการเงินอย่างไร

มีคนบอกว่าโจวเหวินฟะมองเรื่องเงินทองเป็นสิ่งที่ไม่สำคัญที่สุด เขาปลงกับเรื่องนี้แล้ว เขามองทุกอย่างบนโลกนี้ทะลุปรุโปรงแล้ว มันคือสิ่งที่ไม่เป็นธรรมชาติ บางคนหาเงินไม่ได้ก็บอกว่าเหม็นเงิน แต่เขามองเรื่องเงินได้อย่างฉลาดหลักแหลมมาก


คนที่เห็นค่าของเงินอย่างแท้จริง จะรู้ว่าเงินควรจัดการอย่างไรให้เกิดประโยชน์กับคนมากที่สุด

เขารู้จักการวางทุกอย่างลง ใช้ชีวิตในแบบที่จะทำให้ตนเองมีความสุข ไม่ว่าเขาจะมีหน้ามีตา มีชื่อเสียงโด่งดัง มีหน้าที่การงานที่ดี แต่เขาก็เลือกที่จะเป็นคนที่อยู่กับครอบครัวอย่างมีความสุขได้อย่างสงบสุข

โจวเหวินฟะบอกว่า “วิธีการกำจัดความเครียดของเขาคือ ไปออกกำลังกาย ปีนเขาเพื่อให้ได้ออกเหงื่อ แค่นี้ก็สามารถปลดปล่อยความเครียดได้แล้ว นี่คือสิ่งสำคัญที่สุด”

หลังแต่งงานได้ 2 ปีภรรยา ของเขา Jasmine Tan ก็เกิดตั้งครรภ์ เป็นลูกสาว พวกเขาทั้งคู่ตื่นเต้นดีใจเป็นอย่างมาก พากันซื้ออุปกรณ์สำหรับเด็กทารกมากมาย แต่ทว่าความตื่นเต้นยังไม่ทันหมด ก็มีเรื่องรายเกิดขึ้นกับเด็กในท้อง อาทิตย์ต่อมาเมื่อไปตรวจครรภ์หมอก็บอกว่า เด็กในครรภ์ได้ເสียชีวิตแล้ว

เหตุการณ์นี้ทำให้ภรรยา ของพี่โจวเสียใจเป็นอย่างมาก ช่วงนั้นเธอมีชีวิตเหมือนมนุษย์ไร้วิญญาณ เธอผิดหวังและสิ้นหวังเป็นอย่างมาก ได้แต่โทษตนเองมาตลอด 7 ปี จึงจะเดินออกมาจากความทุกข์ในครั้งนั้นได้

เขาบอกว่าในตอนนั้นมองเห็นภรรยาทุกข์ใจขนาดนี้รู้สึกเห็นใจเธอเป็นอย่างมาก จึงตัดสินใจอย่างเด็ดขาดว่าจะไม่มีลูกอีกเลยในชาตินี้ เพราะไม่อยากให้ภรรยา ต้องพบกับความเจ็บปวดอีกครั้งและไม่อยากให้ ภรรยา ต้องมาทนทุกข์เพราะการตั้งครรภ์อีก

เขายอมทิ้งประเพณีที่คนจีนนับถืออย่างมากนั้นคือการมีบุตรหลานสืบทอดสกุลเพื่อภรรยา ที่เขารักมากมาย

เมื่อมีคนถามว่าไม่รู้สึกเสียใจหรือที่ไม่มีทายาทสืบสกุล เขาตอบอย่างหนักแน่นว่า “ไม่รู้สึกเสียใจที่ตัดสินใจแบบนั้นลงไป การเข้าอกเข้าใจกันนั้นสำคัญมากที่สุด แค่นี้โลกทั้งใบก็งดงามและสมบรูณ์แบบได้”

เขาบอกว่าคนเราเมื่ออายุเลยวัย 30 ปีไปแล้วสิ่งสำคัญที่สุดก็คือการเรียนรู้ว่าจะมีชีวิตอยู่อย่างไร ที่จริงพูดไปพูดมาการดำรงชีวิตที่แท้จริงนั้นคือพื้นฐานของการมีชีวิตอยู่ ต้องดูว่าคุณมองชีวิตของตนเองไว้อย่างไร

นั้นก็คือการตัดสินใจว่าจะใช้ชีวิตในวิถีทางเช่นใด “เงินทองและชื่อเสียง” เป็นเพียงเครื่องอำนวยความสะดวกในชีวิต คุณสามารถเย็นชา เห็นแก่ตัวได้ แต่สำหรับคนที่มีความสุขในชีวิตจะไม่มีวันทำแบบนั้น

ครึ่งแรกของชีวิตดูว่าคุณสามารถหยิบมาได้มากน้อยเพียงใด ส่วนครึ่งหลังของชีวิตก็ต้องดูว่าคุณวางมันลงได้มากน้อยเพียงใด มือหนึ่งจับ อีกมือวางลง นี่แหละคือวิถีชีวิตแห่งความฉลาดที่จะทำให้คนเราเติบโต

 

 

แหล่งที่มา : sharedara.com

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

Check Also

อ่านแล้วดีมาก พ่อแม่สมัยนี้ ไม่”เคยสอนลูก”ให้รู้จัก”ลำบาก”

ในสังคนปัจจุบันเรานี้ จะเห็นได้ว่ามีสิ่งอำนวยความสะดวกเ … …