Home ข่าวทั่วไป เผชิญหน้าเดือด สามีสาวท้องสุดทน บุกชกหนุ่มขับรถวอลโว่ บนโรงพัก

เผชิญหน้าเดือด สามีสาวท้องสุดทน บุกชกหนุ่มขับรถวอลโว่ บนโรงพัก

1 min read
0
610

จากกรณีตำรวจ สน.มีนบุรี อนุมัติออกหมายจับนายกาวิน สาธร อายุ 48 ปี ฐานความผิด ขับรถ โดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความเสียชีวิต และหลบหนีไม่หยุดให้ความช่วยเหลือและไม่แสดงตัวแจ้งเหตุต่อเจ้าพนักงาน

ภายหลังขับรถเก๋งวอลโว่ ชนท้ายรถจักรยานยนต์ เป็นเหตุให้นายธนายุทธ พุฒเพ็ง อายุ 19 ปี ได้รับบาดเจ็บ และน.ส.หนึ่งฤทัย เดชะคำภู หรือน.ส.นาดียะห์ เดชะคำภู อายุ 21 ปี ซึ่งอยู่ระหว่างการตั้งครรภ์เสียชีวิต เหตุเกิดภายในซอยสุวินทวงศ์ 28 แขวงแสนแสบ เขตมีนบุรี กทม. จากนั้นนายกาวินได้เข้ามอบตัวกับตำรวจ

สำหรับความคืบหน้าล่าสุด เมื่อวันที่ 24 มิ.ย. ที่สน.มีนบุรี พ.ต.อ.คมกฤษณ์ คำบุศย์ ผกก.สน.มีนบุรี กล่าวว่า หลังจากการสืบสวนหาตัวนายชัชพล แจ้งจงจิตร ผู้นำรถวอลโว่ไปนั้น กลับไม่พบว่ามีตัวตนอยู่จริง ฝ่ายสืบสวนได้ไล่กล้องวงจรปิดตามรถแท็กซี่ที่ผู้ต้องหานั่งหลบหนีไป กระทั่งพบรถแท็กซี่เลี้ยวเข้าไปในซอยสวนสยาม จึงลงพื้นที่สืบสวนและพบว่ารถวอลโว่เคยจอดอยู่ที่บ้านหลังหนึ่งในซอยเสรีไทย 78

พ.ต.อ.คมกฤษณ์ กล่าวว่า หลังจากนำตัวผู้ต้องหามาชี้จุดเสร็จสิ้นได้คุมตัวไปสอบปากคำเพิ่มเติม และทำสำนวนยื่นส่งฟ้องฝากขัง โดยพนักงานสอบสวนคัดค้านการประกันตัว เนื่องจากคืนเกิดเหตุ ผู้ต้องหามีพฤติกรรมหลบหนี จนตำรวจต้องกดดันและออกหมายจับ จึงออกมามอบตัว

เบื้องต้นนายกาวินให้การอ้างว่า ก่อนเกิดเหตุไปหาเพื่อนที่บ้านย่านสุวินทวงศ์ หลังจากนั้นขับรถกลับบ้านพักย่านสวนสยาม แต่ขณะนั้นรถเกิดยางแตกแล้วเสียหลักไปชนท้ายรถคู่กรณี ด้วยความตกใจจึงรีบหลบหนีไป ส่วนรถวอลโว่คันก่อเหตุซื้อต่อมาจากโลกสังคมออนไลน์ได้ประมาณ 6 เดือนที่แล้ว

อีกทั้งเมื่อวานที่ผ่านมาหลังทราบข่าวว่าเจ้าหน้าที่กดดัน จึงนำรถยนต์ยี่ห้อโตโยต้า รุ่นโซลูน่า ที่มีอยู่อีกคันไปจอดนอนข้างทางในซอยโพธิ์แก้ว แขวงคลองจั่น เขตบางกะปิ กทม. ตลอดทั้งคืนแล้วตัดสินใจติดต่อญาติให้พาเข้ามอบตัว

พ.ต.อ.คมกฤษณ์ กล่าวต่อว่า ผู้ต้องหาจะให้การเบื้องต้นอย่างไรก็ได้ซึ่งเป็นสิทธิ์ของผู้ต้องหา หลังจากนี้เจ้าหน้าที่จะรวบรวมพยานหลักฐาน ทั้งจากการสอบสวนพยานและภาพจากกล้องวงจรปิด บริเวณจุดเกิดเหตุและใกล้เคียง รวมทั้งเส้นทางการหลบหนีของคนร้าย เบื้องต้นจะแจ้งข้อหา “ขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความเสียชีวิต” ซึ่งมีโทษจำคุ กไม่เกิน 10 ปี และปรับไม่เกิน 2 หมื่นบาท

และข้อหาความผิดเกี่ยวกับพ.ร.บ.จราจร คือหลบหนีไม่หยุดให้ความช่วยเหลือและไม่แสดงตัวแจ้งเหตุต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ที่ใกล้เคียงทันที โดยมีโทษจำคุ กไม่ไม่เกิน 6 เดือน ปรับไม่เกิน 5000-20,000 บาท ส่วนกรณีเมาแล้วขับนั้น ขณะนี้ทางเจ้าหน้าที่ไม่สามารถดำเนินการตรวจวัดปริมาณแอลกอฮอล์ได้ แต่ขอยืนยันจะดำเนินการทางกฎหมายตามพยานหลักฐานที่ตรวจพบต่อไป

ต่อมาเวลา 14.00 น. มีรายงานว่า ขณะที่นายธนายุทธ พุฒิเพ็ง สามีผู้เสียชีวิต เดินทางมายังที่สน.มีนบุรี เพื่อมาดูนายกาวิน ในห้องพนักงานสอบสวน เมื่อทั้ง 2 ฝ่ายพบกันนายธนายุทธได้ปรี่เข้าไปทำร้ายร่างกายนายกาวิน ด้วยการชกต่อยจนเกิดเหตุชุลมุน

ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ต้องช่วยกันจับทั้ง 2 ฝ่าย แยกออกจากกัน แล้วรีบนำตัวผู้ต้องหาเข้าห้องควบคุมตัวในทันที ก่อนนายธนายุทธจะถูกดำเนินคดีในข้อหาทำร้ายร่างกายผู้อื่น และถูกเปรียบเทียบปรับเป็นเงินสด 1,000 บาท

แหล่งที่มา : khaosod.co.th

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

Check Also

หนุ่มเมา อ้างเป็นตำรวจขู่จับ หลังขับรถเฉี่ยว ซ้ำร้ายไปโรงพัก แต่ตำรวจเมิน

กลายเป็นอีกเรื่องราวที่ได้กลายเป็นประเด็นในโลกโซเชียลเม … …