Home สาระความรู้ ตำราโบราณบอกไว้ 7 ข้อนี้ บอกได้ว่าคุณเป็นเนื้อคู่กันมาตั้งแต่ชาติปางก่อน

ตำราโบราณบอกไว้ 7 ข้อนี้ บอกได้ว่าคุณเป็นเนื้อคู่กันมาตั้งแต่ชาติปางก่อน

1 min read
0
61

ประโยคที่บอกว่า คู่กันแล้ว คงไม่แคล้วกันหรอก เนื่องจากโบราณเชื่อว่าถ้าใครที่เป็น เนื้อคู่ กันนั้นมักมี ดวงสัมพันธ์กันอยู่ ไม่ว่าจะภพไหนชาติไหน ก็ย่อมกลับมาเป็นคู่รักกันเสมอ วันนี้เรามี 7 ข้อที่ช่วยพิสูจน์ว่า เขาคนนั้นคือคู่แท้ของคุณ จะมีอะไรบ้างไปดูกันเลย

1. แม้พบเจอกันครั้งแรก คุณและเขากลับสนิทกันได้เร็ว เพราะเกิดจากความรู้สึกภายในที่ผูกพันมานาน ทำให้คุณทั้งคู่รู้สึกสุขใจ มีความสุขตั้งแต่ครั้งแรกที่ได้พบ

2. คุณและเขาเข้ากันได้ดีมากๆ เป็นส่วนที่เติมเต็มซึ่งกันและกัน เปรียบเสมือนแจกันกับดอกไม้ เช่น คนหนึ่งมักใจร้อนเป็นฟืนไฟ แต่อีกคนเป็นคนใจเย็นนิ่งดั่งสายน้ำ

3. คุณและเขามักมีความคิดที่เหมือนๆ กัน ประหนึ่งว่าเป็นคนๆ เดียวกัน มีใจตรงกันอย่างบอกไม่ถูก ในลักษณะที่มีความคิดคล้ายๆ กันไม่ใช่การ พยายามเลียนแบบจะเป็นเหมือนอีกคนนะ

4. ระยะทางไม่สามารถทำอะไรความรักของคุณทั้งสองได้ หรือแม้มีอุปสรรคใดมาขวางกั้น คุณและเขาก็อุ่นใจทุกครั้ง ที่นึกถึงกัน เหมือนกับว่าจิตใจผูกพันกัน มากกว่าร่างกาย

5. แม้คุณและเขาจะมีปากเสียงหรือ ทะเลาะ กัน ก็ไม่มีทางทิ้งกันไปไหน สุดท้ายแล้ว ก็ปรับความคิดให้เข้าใจกันได้ดีเช่นเดิม

6. คุณและเขามีความสุขมากกว่าความทุ กข์ที่ร่วมกัน บางครั้งไม่ต้องพูด ก็สามารถรู้ได้ว่าอีกฝ่ายคิดอะไร เป็นสิ่งที่บอ กได้ว่าคุณและเขาใจตรงกันมานานแล้ว

7. คุณและเขามักจะชวนกันเข้าวัดทำบุญ หรือทำสิ่งดีๆ ร่วมกันเป็นผลบุญแต่ปางก่อน ที่ทำให้ได้ย้อนกลับมาพบเจอกันอีกครั้ง แต่ถ้าความรักครั้งนี้ของคุณ อาจจะไม่ใช้ เนื้อคู่ กันมาก่อนในชาติที่แล้ว ก็ไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไร หรือสิ่งที่จะมาขวางความรักของคุณได้ ขอให้อยู่ด้วยกันด้วยความเข้าใจ และหมั่นทำความดีอยู่คู่กันไปเช่นนี้ ก็ถือว่าเป็นความรักที่ดีมากแล้ว

วิธีดูเนื้อคู่ ที่พระพุทธองค์ทรงตรัสไว้ การเลือกเนื้อคู่จึงแยกออกเป็น 4 ข้อหลักๆ

1. ศรัทธาเสมอกัน

ถ้าเรามีความเชื่อและศรัทธาในสิ่งเดียวกัน เราก็จะมีมุมมองในเรื่องเดียวกัน ข้อดีหลัก ๆ คือ เราจะไม่ทะเลาะ และอยากเอาชนะกั นและกัน ไม่เถียงเพื่อให้ความเชื่อของเราชนะอีกฝ่ายนั้น ทำให้ครองคู่กันได้นาน อยู่เย็นเป็นสุขตลอดไป นอกจากเรื่องศรัทธาเสมอกัน อีกอย่างที่สำคัญนั้น คือความชอบและรสนิยม ถ้าตรงกันแล้ว ก็จะลดความขัดแย้ง ลดเรื่องที่ต้องทะเลาะ ในแต่ละวันได้

พระพุทธองค์ได้ชี้ทางสว่างให้กับคนที่จะมาเป็นคู่ครองกัน สองคนนั้นควรต้องมีความเชื่อเสมอกัน ไปในทิศทางเดียวกัน เช่น เชื่อในหลักศาสนาเดียวกัน เพราะหากไม่เชื่ออะไรที่เหมือนกัน ก็จะอยู่ด้วยกันแบบชีวิตไม่ สงบสุขแน่นอน

ทั้งนี้ ถ้าเป็น เนื้อคู่ประเภทคู่เวรคู่กรรมกันแล้ว ทั้งคู่มาที่มาพบกันก็เพราะมีกรรมลิขิต วิบากกรรมที่ได้กำหนดไว้แล้ว มีเป้าหมายให้คนทั้งคู่มาช ดใช้วิบากกรรม ของคนทั้งคู่ที่มีต่อกัน ให้หมดสิ้ นกันไป ซึ่งจะนานหรือไม่ก็ขึ้นอยู่กับวิบากกรร มนั้นจะหนักหรือจะเบา

เมื่อหมดแล้วก็ต้องแยกย้ายกันไป หรือคู่ที่เลิกรากันไป เปลี่ยนคู่บ่อย ๆ ก็อาจจะเป็น เนื้อคู่กันในปางก่อนจริง มาเกื้อกูลกันบ้างในชาติปัจจุบันจริงๆ แต่เมื่อบุญที่ทำร่วมกันมันมานั้นมีน้อย ใช้บุญกันไปจนหมดแล้วไม่มีทำบุญเพิ่มเลย ถึงเวลาก็ต้องแยกย้ายกันไปนั่นแหละ

2. มีศีลเสมอกัน

ศีลเสมอกัน เป็นสิ่งที่คนพูดถึงกันบ่อยนัก เวลาจะมองหาคู่ครองต้องให้มีศีลเสมอกัน อธิบายง่าย ๆ คือคนที่รักษาศีล รู้จักยับยั้งชั่งใจ พากันไปสู่สิ่งดีงาม ก็จะทำให้ชีวิตราบรื่นขึ้น แต่ถ้าสองคนนั้นมีศีลไม่เสมอกันแล้ว ก็เป็นเรื่องยากที่จะอยู่ด้วยกันได้ ในเรื่องศีลเสมอกัน

ดูง่าย ๆ เลยนะ คนที่ชอบทำบุญรักษาศีล ถ้าเจอคู่ครองที่ไม่ รักษาศีล หรือศีลน้อยกว่า เช่น ชอบการพนัน ตกเย็นคว้าขวดเxล้า หรือทำอาชีพที่ไปทำร้ายสัตว์ตัดชีวิต ก็ย่อมไม่ฟังในสิ่งที่เราพูดเราเตือน ทำให้มีเรื่องไม่เข้าใจกันง่าย ถ้าเราเจอคู่ที่มีศีลเสมอกันพากันเข้าวัด ทำบุญ ทำแต่ความดี ชีวิตย่อมเจริญรุ่งเรืองไปด้วยกัน

3. จาคะเสมอกัน

จาคะมีความหมายว่าการสละสิ่งของและความสุขส่วนตน เพื่อประโยชน์สุขแก่ผู้อื่นหมายรวมถึงการสละละทิ้งกิเลส ตลอดถึงความประพฤติของตนที่ไม่ ดี ที่ทำให้เกิดความเสี ยหาย จะเห็นว่า คนที่มีจาคะ ย่อมเสี ยสละเพื่อส่วนรวมได้ มีความเอื้ออาทรต่อความทุ กข์ยาก คอยให้ความช่วยเหลือกับผู้อื่น ไม่เห็นแก่ตัว

ถ้าคู่ของเรามีจาคะไม่เสมอกัน คงเป็นเรื่องยากที่จะทำความเข้าใจว่า.. เพราะอะไรถึงต้องไปช่วยเหลือผู้อื่น คงจะดีไม่น้อยนะ ถ้าเราเลือกครองคู่กับคนที่มีจาคะที่เสมอกัน เป็นคนใจกว้าง ชอบทำบุญ และช่วยคนอื่น โดยไม่หวังสิ่งตอบแทนได้เหมือนๆ กัน เมื่อเรารักจะเป็นผู้ให้ ก็จะอิ่มอกอิ่มใจที่ได้ให้ แล้วยังรับรู้ถึงความสุขใจ เมื่อมองเห็นผู้รับยิ้มแย้ม พอใจ ทำให้ความสุขของผู้ให้เพิ่มขึ้นอีกด้วย

4. ปัญญาเสมอกัน

ปัญญาเสมอกันเป็นอย่างไรกัน พระราชพรหมยานหรือหลวงพ่อฤาษีลิงดำ พระอริยสงฆ์องค์หนึ่งของเรานั้นเมื่อ ครั้งหนึ่งท่านได้ตอบคำถามให้กับลูกศิษย์ เมื่อลูกศิษย์คนนั้นถามท่านว่า ปัญญาคืออะไร ท่านจึงได้ตอบไปว่า ปัญญา

ความหมายทั่วไป แปลว่าความรู้ที่เกิดขึ้นจากการพินิจพิจารณา แปลว่าความเฉลียวฉลาดก็ได้ มิใช่รู้เพียงอย่างเดียว ต้องนำเอาความรู้ที่ได้นั้นมาพิจารณาด้วย มิใช่ฉลาดอย่างเดียว แต่ต้องมีเฉลียวใจด้วย

พระพุทธองค์ตรัสไว้ในเรื่องของการที่จะมาเป็นคู่ครองกัน ต้องมีปัญญาเสมอกัน ถ้าใกล้กันมากก็จะยิ่งมีความสุข ความเจริญ ทำอะไรก็ประสบผลสำเร็จ เพราะเนื่องด้วย ความรู้ความเชี่ยวชาญที่ทั้งคู่มีได้เกื้อหนุนกันและกัน ไม่เพียงแต่ศีลเสมอกัน

การมีศรัทธาที่เสมอกัน จาคะเสมอกัน และปัญญาเสมอกันนั้น ก็จะช่วยนำพาให้คู่ครองคิดเห็นในเรื่องเดียวกัน มีความเชื่อในแบบเดียวกัน ครองคู่กันแบบมีความสุข วิธีดูเนื้อคู่และการเลือกคู่ครองอันเหมาะสม จึงจำเป็นต้องอาศัยทั้ง 4 ข้อนี้เป็นสำคัญนะ

 

 

แหล่งที่มา : yakrookaset.com

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

Check Also

เอาไปลองทำดู วิธีช่วยคุณไม่ให้คิดมาก ฟุ้งซ่าน ขี้กังวลแบบง่ายๆ

เชื่อว่าหลายๆคน คงกำลังเป็นมนุษย์ผู้ คิดมาก กันอยู่ แก้ … …