Home สมุนไพร รักษาได้สารพัดโรค “ต้นป่าช้าเหงา” สมุนไพรไทยพื้นบ้าน ดังไกลไปทั่วโลก

รักษาได้สารพัดโรค “ต้นป่าช้าเหงา” สมุนไพรไทยพื้นบ้าน ดังไกลไปทั่วโลก

1 min read
0
34

วันนี้เรามีสมุนไพรที่หลายที่คนอาจจะเคยได้ยินชื่อแต่น้อยคนนักจะรู้ถึงสรรพคุณของสมุนไพรชนิดนี้ นั่นก็คือ ต้นป่าช้าเหงาหรือ หรืออาจเรียกได้อีกชื่อว่า หนานเฉาเหว่ย, หนานเฟยเฉา, หนานเฟยซู่, ป่าเฮ่วหมอง, บิสมิลลาฮ เป็นต้น

โดย ต้นป่าช้าเหงา ต้นที่มีชื่อแปลก ๆ แต่เป็นต้นไม้ที่เด่นดังโดยไม่ตั้งใจ แม้ว่าชื่อผมจะฟังไม่ไพเราะ แต่ก็มีความหมายเป็นมงคลกับคนที่ยังไม่ตาઈ ชื่อวนเวียนแถวๆ ป่าช้า เพราะคำว่า ป่าช้าเหงา ก็หมายถึงไม่มีคนตาઈเข้าป่าช้า คำว่า “ป่าเฮ่ว” ก็เป็นภาษาล้านนา และไทใหญ่ แปลว่า ป่าช้าเช่นกัน และสำหรับคนจีนจะรู้จักผมในชื่อ หนานเฉาเหว่ย เป็นอย่างดี สำหรับ 3 จังหวัดภาคใต้ก็เรียกว่า บิสมิลลาฮ

ชาวโลกรู้จักตั้งแต่ แอฟริกา ที่เค้าใช้กินเป็นผักและใช้มาเลเรีย, ที่อเมริกาก็ขๅยเป็นยาเพิ่มภูมิคุ้มกัน เกี่ยวกับมะເร็งเต้านม เบาหวาน และต่อมลูกหมาก รวมทั้งควบคุมน้ำตาล ที่พม่าและมาเลเซียก็รู้จัก แต่ดังจากเมืองจีนก่อนจะมาดังในเมืองไทยไม่นาน

แม้ว่าก่อนหน้านี้มีแต่พ่อหมอไทใหญ่เขาใช้แก้โหลง คือ ยาแก้พิម สำหรับชาวกะเหรี่ยงจะใช้เป็นยาแก้หวัด และเรียกยาแก้ขม ทั้งๆ ที่ใบขมมากๆ ส่วนตำหรับยาล้านนาใช้เรื้อรังที่เรียกว่า โรคสาน คือโรคที่มีก้อนเนื้อผิดปกติรวมทั้งฝีต่างๆ และโรคขาง คือแผลเปื่อยเรื้อรังตามอวัยวะต่างๆ

ภูมิใจและเป็นเกียรติมากที่สุด คือ ถูกจัดเป็นสมุนไพรที่ได้รับความนิยมมาก เพราะตั้งแต่ปี 2547 ที่ทางโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร จัดทำโครงการ “ชลอวัยไกลโรค” ได้สืบหาสมุนไพรสำหรับผู้สูงอายุ ก็ได้พบผมที่ “บ้านสามขา” จังหวัดลำปาง เริ่มวิจัย จัดทำข้อมูล สรรพคุณพบว่า ป้องกันไม่ให้ตับถูกทำลายโดยอัลฟาท็อกซิน ป้องกันสารพิមไม่ให้ตับเสียจากเบาหวาน และไตวาย ปัจจุบันมีขๅยทั้งต้น สด แห้ง และแบบผง

ประโยชน์ทางยา

1. ใบสดหนานเฉาเหว่ย ตามตำราจีนระบุว่า เป็นยาช่วยลดน้ำตาลในເลือดหรือโรคเบาหวาน โรคเก๊าต์ ลดความดันโลหิตสูง ให้นำใบสด 5-7 ใบ ต้มกับน้ำ 1 ลิตร ต้มด้วยไฟปานกลาง 15-20 นาที แล้วดื่มขณะอุ่นครั้งละ 1 ถ้วยกาแฟ หรือครึ่งแก้วน้ำดื่ม 2 เวลา ก่อนอาหารเช้า-เย็น ประมาณ 1 สัปดาห์ อาการที่เป็นจะดีขึ้น

หลังจากนั้นดื่มบ้างหยุดบ้างเพื่อควบคุมอาการไว้ ไม่จำเป็นต้องกินติดต่อกันเป็นประจำ เพราะหากน้ำตาลในເลือดลดมากเกินไปจะมีอาการวูบได้ ไม่แนะนำให้รับประทานต่อเนื่องนานๆ แต่ควรมีช่วงหยุดพักยาบ้าง เนื่องจากไม่มีข้อมูลความปลอดภัઈในระยะยาว เช่น กินวันเว้นวัน หรือ 10 วัน เว้นพัก 3 วัน

2. รักษาอาการปวดเมื่อยตามร่างกาย ปวดตามข้อ เนื่องจากทำงานหนักหรือยืนเป็นเวลานาน ไม่ใช่เกิดจากกระดูกเสื่อม ให้เอาใบสดของหนานเฉาเหว่ย 1-2 ใบ ล้างน้ำให้สะอาดแล้วเคี้ยวกินสดๆ 1-2 ใบ ประมาณ 1 สัปดาห์ อาการปวดเมื่อยจะดีขึ้น หลังจากนั้นกินบ้างหยุดบ้างเพื่อควบคุมอาการ ไม่แนะนำให้รับประทานต่อเนื่องนานๆ เหมือนกันกับอาการแรก

3. ไม่แนะนำให้ใช้ในรายที่ควบคุมความดัน ควบคุมน้ำตาลได้ดีอยู่แล้ว หรือเสี่ยงน้ำตาลต่ำ ความดันต่ำ หญิงมีครรภ์ และในรายที่ตับไตผิดปกติขึ้นรุนแรง

4. ไม่แนะนำให้หยุดการรักษาแผนปัจจุบัน เพราะโรคเบาหวานความดัน ยังต้องอาศัยการตรวจจากแพทย์ และเครื่องมือตรวจເลือด ถึงโรคแทรกซ้อนต่างๆ

วิธีทำชาหนานเฉาเหว่ย

1. นำใบแก่หนานเฉาเหว่ยมาล้างให้สะอาด แล้วหั่นขนาด 1 เซนติเมตร ผึ่งให้สะเด็ดน้ำ

2. นำไปคั่วและนวดให้นิ่ม

3. ตากแดดให้แห้ง

4. เก็บบรรจุในขวดแก้วที่สะอาด เพื่อเก็บไว้นำไปชงเป็นน้ำชาดื่มได้

ข้อห้าม : สตรีมีครรภ์และให้นมบุตรควรระวังการใช้ร่วมกับยา

ควรปรึกษาผู้ที่มีความรู้ก่อนรับประทาน

สุภาษิต “ขมเป็นยา” ใช้ได้ตรงกับสมุนไพรตัวนี้ เคี้ยวใบสดก็ขม แต่หลังจากอมแล้วกลืนจะรู้สึกหวานคอ แต่ถ้าหากใช้ใบสด 4-5 ใบ ต้มน้ำดื่มก่อนอาหาร 3 เวลา

หรือตากใบแห้งทำเป็นผงชาชงก็ลดความขมได้ หรือสะดวกซื้อที่เป็นแคปซูลจากโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร จะได้ไม่ต้องทนขม ถ้าอยากจะปลูกก็แค่เสียบกิ่งปักดิน 1 เดือน ได้กิน รับรอง เก๊าต์ เบาหวาน ความดัน ไม่เข้ามาใกล้เลย

เรียบเรียงโดย : herbtrick.com

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

Check Also

อ่านและต้องบอกต่อ สาเหตุของรักแร้ดำ แต่แก้ได้ด้วยวิธีง่ายๆแบบนี้

เชื่อว่าปัญหาที่แก้ยากและไม่เคยแก้ได้สักที คงจะเป็นปัญห … …