Home อาหาร พะโล้เข้มข้น สูตรโบราณ ตำเครื่องเองง่ายๆ ไม่ใช้ผงสำเร็จรูป

พะโล้เข้มข้น สูตรโบราณ ตำเครื่องเองง่ายๆ ไม่ใช้ผงสำเร็จรูป

2 min read
0
28

เมนูไข่พะโล้ ที่ทุกคนคุ้นเคยกันมานอนมากแล้ว รู้จัดกันดีตามร้านข้าวแกง ราดข้าวเสริฟพร้อมราดน้ำพะโล้ แต่ทว่าเดี๋ยวน้ำพะโล้ไม่ข้นเหมือนเมื่อก่อน ส่วนใหญ่ก็ซื้อผงไข่พะโล้สำเร็จรูปมาใช้กัน วันนี้เราจะพาทุกคนมาทำพะโล้แบบต้นตำรับ น้ำเข้มข้นกัน มาดูกันว่าทำอย่างไร

ไข่พะโล้สูตรโบราณ

ส่วนผสม

-หมูสามชั้น หรือสันคอติดมัน

-ไข่ไก่ต้ม/ ไข่เป็ดต้ม ปอกเปลือก 5 ฟอง

-ข่าหั่นเป็นแว่นประมาณ 20แว่น

-กระเทียมตำละเอียด 1กำมือ

-รากผักชี โขลกละเอียด

-พริกไทแม็ด ตำละเอียด ประมาณ 1ช้อนชา

-ซีอิ๊วดำ 2 ช้อนโต๊ะ

-เกลือ

-น้ำตาลทรายแดง

-ผักชี

-น้ำเปล่า 2 ถ้วยตวง

วิธีทำ

1.นำทุกอย่างลงหม้อ แล้วจึงใส่น้ำเปล่า 2 ถ้วยตวง ใส่ซีอิ๊วดำลงไปประมาณ 2 ช้อนโต๊ะ เคี่ยวพอเดือด และมีกลิ่นหอม

2.แล้วใส่หมูสามชั้นลงไป ถ้าน้ำไม่ท่วมหมู เติมน้ำเพิ่มได้

3.เมื่อต้มจนหมูสุกแล้ว ก็เติมน้ำลงไปอีก ปรุงรสด้วยใส่เกลือ หรืออาจใส่ผงปรุงรส (รสดี) ลงไปด้วยก็ได้ และใส่น้ำตาลทรายแดงลงไป ชิมรสให้รสออกหวานนำ

4.พอเดือดก็ใส่ไข่ต้มลงไป และต้องให้น้ำท่วมไข่ด้วย

5.เคี่ยวต่อไป จนกระทั่งหมูเปื่อย จึงใส่ผักชีลงไป ปิดไฟ ตักใส่ชามพร้อมเสิร์ฟ

แนะนำเพิ่มเติม

ถ้าอยากให้ไข่มีสีน้ำตาลเข้ม ในขั้นตอนที่ 1 คือเคี่ยวน้ำ ให้ใส่ซีอิ๊วดำลงไปก่อนเลย

เคล็ดลับเพิ่มเติมวิธีทำไข่พะโล้ให้อร่อย

-วิธีทำไข่พะโล้สูตรโบราณ คืออยู่ที่การผัดเครื่องให้ถึง แล้วเคี่ยวน้ำตาลให้ได้สีสวยเคลือบหมูและไข่ ไข่พะโล้ที่ได้จึงหอมน้ำตาลเคี่ยว รสชาติออกหวานนำเค็มตาม ยิ่งเคี่ยวยิ่งอร่อย โดยเฉพาะเมื่อเราทิ้งไว้ข้ามคืนก็จะได้ไข่ขาวเนื้อแน่นๆ เด้งๆ อย่างที่ต้องการ

-ไข่พะโล้ต้องตุ๋นต่ออย่างน้อย 45 นาที เพื่อให้เนื้อหมูนิ่ม น้ำพะโล้เข้มข้นและเข้าเนื้อไข่ ไม่เช่นนั้นจะได้ไข่พะโล้รสจืดเหมือนขาดอะไรไปซักอย่าง

-หมูสามชั้น ควรเลือกหมูที่มีเนื้อมากกว่ามันหมู ไข่พะโล้จะได้ไม่เลี่ยนเกินไป หรือจะใช้เนื้อส่วนขาหมูก็ได้ถ้าชอบ ถ้าอยากใส่ไก่แนะนำให้ใช้ส่วนปีกไก่ เป็นปีกบนหรือปีกปลายก็ได้ เพราะตุ๋นนานๆ แล้วเนื้อนุ่ม อร่อย ส่วนอกไก่และสะโพกจะแห้งไม่อร่อย ถ้าไม่อยากใส่เนื้อสัตว์เลยจะใส่แต่เต้าหู้อย่างเดียวก็ได้

-ถ้าใครไม่มีน้ำตาลปี๊บ ใช้น้ำตาลทรายแดง หรือน้ำตาลทรายขาวแทนก็ได้ แต่ถ้าหาน้ำตาลปี๊บได้ก็จะดี เพราะรสชาติหวานนุ่มนวลและกลิ่นหอมกว่าน้ำตาลทราย ส่วนน้ำตาลทรายขาวจะหวานแหลม

-ไม่ควรใส่น้ำปลา เพราะจะทำให้มีกลิ่นคาว

-การใส่เกลือนิดหน่อยลงไปในครกเวลาโขลกเครื่องเทศ เพื่อช่วยให้ตำได้ละเอียดเร็วขึ้น เพราะความคมของเม็ดเกลือจะช่วยให้ตำง่ายขึ้น

เรียบเรียงโดย: herbtrick.com

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

Check Also

สอนทำเมนู ต้มผักกาดดองไก่ แสนง่าย เมนูที่คนทำอาหารไม่เก่งก็ทำอร่อยได้

วันนี้เรามีเมนูที่หลายๆบ้านต้องเคยกินแน่ๆ นั่นก็คือ  … …