ทุนหลักร้อยก็สร้างอาชีพได้ 4 อาชีพเกษตร มีเงินแค่ 500 ก็ทำได้

ใครที่สนใจอาชีพเกษตร หรืออยากทำเป็นกิจกรรมเล็ก วันนี้เรามีความรู้ดีๆ มาฝากค่ะ 4  อาชีพเกษตร ทุนเริ่มต้นน้อย มีเงินแค่ 500 ก็ทำได้แล้ว เหมาะสำหรับมือใหม่ ในสภาพเศรษฐกิจแบบนี้ แนะนำ 4 ทางเลือกนี้เลย เริ่มต้นแค่หลักร้อยก็สามารถสร้างงานสร้างอาชีพได้

1. เพาะถั่วงอกในขวด

ต้นทุน 490 บาท

– ขวดน้ำพลาสติกเปล่าที่ไม่ได้ใช้แล้ว 0 บาท

– ถั่วเขียว 1 กิโลกรัม 35 บาท ( 14 กิโลกรัม = 490 บาท )

วิธีเพาะ

1. แช่เมล็ดถั่วเขียวในน้ำอุ่น 1 คืน ( แช่น้ำอุ่นจะช่วยให้เมล็ดงอกได้เร็วขึ้น )

2. นำขวดพลาสติกมาเจาะรูด้านข้าง เพื่อไว้เป็นรูระบายน้ำ

3. นำถั่วเขียวที่แช่น้ำมาใส่ในขวดพลาสติกที่เจาะรูแล้ว หาผ้าห่อขวดไว้เพื่อรักษาความชื่น และ ไม่ให้มีแสงส่องผ่าน ( ถ้ามีแสงส่องเข้าไปถึง ถั่วงอกจะมีใบงอกออกมา)

4. รดน้ำ เช้า-เย็น ทุกวัน ประมาณ 3 วันสามารถเก็บขายได้ ถั่วเขียว 1 กิโลกรัม นำมาเพาะจะได้ถั่วงอก 7 กิโลกรัม ราคาขายกิโลกรัมละ 10 บาทเท่ากับว่า ถั่วเขียว 1 กิโลกรัม จะได้กำไร 35 บาท

2. เพาะเห็ดนางฟ้าภูฎานในบ่อปูนซีเมนต์

ต้นทุน 470 บาท

– บ่อปูนซีเมนต์ 120 บาท

– ก้อนเชื้อเห็ดนางฟ้าภูฎาน ก้อนละ 10 บาท ( 1 บ่อ เพาะได้ประมาณ 35 ก้อน เท่ากับ 350 บาท )

– ผ้าคลุม

– แผ่นไม้เก่าๆ 1 แผ่น

วิธีเพาะ

– ตะแคงบ่อปูนในแนวตั้ง หาแผ่นไม้มาวางรองเป็นฐาน

– เปิดก้อนเชื้อเห็ดโดยการแกะกระดาษและเศษต่างๆที่หุ้มตรงจุกก้อนเชื้อเห็ดออก แล้วนำก้อนเห็ดมาวางเรียงซ้อนกันขึ้นไปเป็นชั้นๆ

– รดน้ำ วิธีรดน้ำนั้นให้รดลงไปบนก้อนเชื้อเห็ด อย่าให้เข้าไปในช่องก้อนเชื้อ จากนั้นใช้ผ้าคลุมแล้วรดน้ำใส่ผ้าอีกที เพื่อรักษาความชื้นในบ่อ

– จากนั้นให้รดน้ำวันละ 3 เวลา เช้า กลางวัน เย็น ประมาณ 5-7 วัน ดอกเห็ดจะเริ่มงอก ส่วนราคาขาเห็ดนางฟ้าภูฎานอยู่ที่กิโลกรัมละ 100 – 120 บาท

3. เพาะเห็ดฟางในตะกร้า

ต้นทุนประมาณ 150 – 300 บาท

– ตะกร้า 5 ใบ ราคาใบละ 20 บาท = 100 บาท

– หัวเชื้อเห็ดฟางประมาณ 50 บาท

– ฟางข้าว ขี้เลื่อย

– ชั้นวางเก่าเหลือใช้

– ถุงพลาสติกดำ 50 บาท

วิธีเพาะ

1. นำฟางข้าวไปแช่น้ำ 1 คืน แล้วนำมาผึ่งให้แห้ง

2. จากนั้นใส่ฟางลงไปที่ก้นตะกร้า ใส่ขี้เลื่อย และ โรยเชื้อเห็ดฟางตามลงไป

3. ทำซ้ำแบบข้อ 2 จนเต็มตะกร้า แต่ชั้นบนสุดให้โรยขี้เลื่อยและหัวเชื้อให้เยอะหน่อย เห็ดจะได้ออกดอกเต็มพื้นที่

4. ครอบด้วยถุงพลาสติกดำ จากนั้นรอ 4-5 วันให้สังเกตุดูว่าจะมีละอองน้ำเกาะถุงพลาสติกอยู่แต่ถ้าไม่มีให้รดน้ำเพิ่ม

5. ประมาณ 12 วันเห็ดจะเริ่มออกดอก แล้วนับไปอีก 5 ค่อยเก็บดอก จะได้เห็ดประมาณ 2 กิโลกรัมต่อ 1 ตะกร้า

หมายเหตุ : ช่วงวันที่ 4 ถึงวันที่ 9 ห้ามเปิดถุงเด็ดขาด จะทำให้เห็ดไม่โต

4. เพาะสาระแหน่ในตะกร้า

ต้นทุน 420 บาท

– ตะกร้าพลาสติก 20 บาท

– ถาดรองสำหรับกักเก็บน้ำ 20 บาท

– หินเพอร์ไลท์ + ถาดหลุม 160 บาท ( หาซื้อได้ตามร้านขายอุปกรณ์ปลูกผักไฮโดรโปรนิกส์ ใช้ปลูกต้นไม้แทนดินได้ แต่มีคุณสมบัติดีกว่าดิน )

– ปุ๋ยน้ำ 200 บาท

– สาระแหน่จากตลาดประมาณ 2 กรัม 20 บาท

วิธีเพาะ

1. เลือกยอดอ่อนของสาระแหน่ โดยเลือกยอดที่ดูแล้วสมบูรณ์ แข็งแรง ใบไม่หลุด เพาะส่งผลต่อการเพาะปลูกให้ได้ผลผลิตดียิ่งขึ้น

2. ริดใบส่วนล่างออกให้เหลือใบเลี้ยงไว้ที่ปลายยอด 2-3 ใบ

3. เอายอดที่เตรียไว้มาปักลงในถาดหินเพอร์ไลท์ด้วยความระมัระวัง

4. นำถาดหินเพอร์ไลท์ไปใส่ลงในตะกร้า แล้วนำตะกร้าวางไว้ในถาดรองอีกที พยายามรักษาระดับน้ำให้อยู่ระดับฐานของตะกร้าตลอดเวลา คอยเติมเวลาน้ำลดน้ำที่เติมให้ผสมปุ๋ยน้ำลงไปด้วย วิธีผสมตามอัตราส่วนที่ระบุในขวด

5. ประมาณ 1 เดือนจะเริ่มแตกใบออกยอด เป็นต้นสาระแหน่สวยงามเต็มตะกร้าพร้อมให้เราได้เก็บเกี่ยว สามารถนำยอดอ่อนใหม่มาขยายเพาะซ้ำได้เรื่อยๆ

พืชผักเหล่านี้ล้วนเป็นผักสวนครัวหลักๆที่ใช้ในการประกอบอาหาร มีความต้องการของตลาดสูง คิดดูว่าถ้าเราลองปลูกด้วยต้นทุนเริ่มต้นแค่หลักร้อย ถ้าสามารถหาตลาดรองรับได้ ขายผลผลิตได้ ก็ถือว่าได้สร้างเส้นทางอาชีพ และ ช่องทางการหารายได้เสริม เผลอๆอาจจะขยับขยายจนสร้างเป็นฟาร์มขนาดใหญ่

แต่ถ้าขายไม่ได้พืชผักเหล่านี้เป็นผักสวนครัวที่ใช้ในการประกอบอาหารอยู่แล้ว เราก็ได้เอามาทำเป็นอาหารไว้ทานเองในบ้าน ประหยัดค่าใช้จ่ายในการซื้อกับข้าวไปในตัว ได้ประโยชน์ทั้งสองทางเลย

ข้อมูลเหล่านี้เป็นแค่การประเมิณคร่าวๆ ต้นทุนทั้งหมดอาจจะมากขึ้นหรือน้อยลง ขึ้นอยู่กับการจัดหาอุปกรณ์ในการปลูก

 

 

แหล่งที่มา : mee-suk.com

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *