Home เรื่องดีมีข้อคิด ทำแล้วดีกับชีวิต 7 วิธีฝึกจิตอย่างง่าย แบบฉบับของคนอยู่เป็น

ทำแล้วดีกับชีวิต 7 วิธีฝึกจิตอย่างง่าย แบบฉบับของคนอยู่เป็น

1 min read
0
19

วันนี้เรามีวืธีการฝึกตนฝึกจิตแบบง่ายๆโดยการ ฝึกจิต ป้องกันไม่ให้กิเลสปรากฏตัวออกมาเป็นคำพูดหรือการกระทำที่จะช่วยให้เราสามารถจับจิตเอาไว้ได้ง่ายขึ้น เมื่อความโลภ ความโกรธ และความหลงปรากฏตัวออกมาย ากขึ้น ก็จะช่วยส่งเสริมให้เราทำสิ่งที่ดีจนเป็นนิสัย มาดูวิธี กันเลย

1 ควบคุมความโกรธ

หากเราให้ความโกรธซึ่งพลังการผลักไสทำงาน เราก็จะรู้สึกกระวนกระวายใจ แล้วภายในร่างกายก็จะเต็มไปด้วยสารพิ ษ กลายเป็นแหล่งที่จะดึงเอาความทุกข์ทั้งหมดที่มีเข้ามา กล่าวได้ว่าความโกรธนี้แหละที่เป็นกิเลสตัวแรกเลยที่ควรระวังและควรขจัดออกไปจากเรา

2 มองให้เห็นความเป็นจริง

เมื่อพลังที่จะทำให้ความหลงทำงานเกิดขึ้น จิตจะออกห่างจาก “ขณะปัจจุบัน” แล้วกระจัดกระจายไปที่โน่นที่นี่ และกลายเป็นแหล่งเพาะความโลภและความโกรธ

การจะจับเอาชั่วขณะที่พลังงานนี้เกิดขึ้นเอาไว้ได้นั้นจำเป็นจะต้องมีความใส่ใจที่ละเอียดมาก หากเรารู้ตัวแล้วป้องกันเอาไว้ได้ จิตที่มีความสงบเป็นปกติ ไม่สั่นไหว และแจ่มชัดก็จะเติบโตขึ้น

3 ฝึกจิต ควบคุมความอยาก

หากเราให้แรงดึงดูดที่เป็นความโลภทำงาน จิตจะปั่นป่วน และแรงใจในการทำงานก็จะหยุดชะงักลงสิ่งสำคัญในการฝึกจิต คือ การเข้าใจถึงเหตุและผลนั้นแล้วตั้งใจตรวจดูจิตให้ได้มากเท่าที่จะทำได้ เพื่อไม่ให้ความโลภบุกรุกเข้ามาได้

4 ไม่โกหก

การโกหกนั้น เกือบทั้งหมดเป็นไปเพื่อการทำให้ความต้องการของตนเองบรรลุผล ดังนั้นเมื่อโกหกแล้วพลังงานที่เป็นความต้องการก็จะถูกกระตุ้นและมีปริมาณเพิ่มมากขึ้น หากเราโกหกแล้วครั้งหนึ่ง

ก็จะต้องโกหกซ้ำอีกในครั้งต่อไปเพื่อไม่ให้ความจริงถูกเปิดเผย และในแต่ละครั้งที่โกหก สิ่งที่ผิดไปจากความเป็นจริงก็จะถูกใส่ลงไปในจิตใต้สำนึกทุกครั้ง เมื่อทำซ้ำๆ

จิตจะยิ่งสับสนวุ่นวายยิ่งขึ้น ทำให้ความสามารถในการควบคุมตนเองลดน้อยลง สูญเสียสมาธิและความสามารถในการตัดสินใจไปทีละนิด

5 ไม่วิพากษ์วิจารณ์

เมื่อเรามีการวิพากษ์วิจารณ์ “ทิฏฐิ” ซึ่งเป็นการยึดติดกับความคิดของตนก็จะถูกกระตุ้น และพลังงานความโลภที่บอกว่า “ฉัน! ฉัน!” ก็จะเพิ่มขึ้น และเนื่องจากมีความรู้สึกที่เป็นการโจมตีฝ่ายตรงข้ามเข้ามาร่วมด้วย พลังงานความโกรธก็จึงเพิ่มขึ้นเช่นเดียวกัน

การพูดเรื่องที่ไม่ดีหรือเขียนสิ่งที่ไม่ดีเกี่ยวกับสิ่งที่ตนเองรู้สึกไม่พอใจ ภาพยนตร์ที่คิดว่าน่าเบื่อ เพลงหรือหนังสือที่ไม่ชอบ เป็นต้น เป็นเรื่องที่พบได้บ่อยบนโลกใบนี้ แต่นั่นเป็นเพียงการกระทำที่ทำให้ตัวเราแปดเปื้อนและดูน่ารังเกียจด้วยความโลภและความโกรธ

6 ไม่นินทา

หากเรานินทาใครสักคนที่ไม่อยู่ในสถานที่นั้น จิตก็จะปั่นป่วนด้วยพลังงานความโกรธ แทนที่จะเป็นการระบายความเครียด แต่กลับกลายเป็นการทำให้ความเครียดที่ซ่อนตัวอยู่เพิ่มปริมาณมากขึ้น

อีกทั้ง เมื่อมองจากแง่ของการประมวลผลข้อมูลของจิตแล้ว การที่เราจำเป็นต้องพูดเรื่องที่แตกต่างกันโดยสิ้นเชิงเมื่อมีอีกฝ่ายอยู่ด้วยนั้น มีความเชื่อมโยงกับการเพิ่มขึ้นของพลังงานความหลงซึ่งเกิดจากความสับสนวุ่นวายของห่วงโ ซ่ข้อมูล

7 ไม่พูดเรื่องที่ไม่มีประโยชน์

การพูดเรื่องที่ไม่มีประโยชน์ โดยเฉพาะการพูดโอ้อวดตนนั้น แม้ว่าฝ่ายที่พูดจะรู้สึกสนุก แต่ฝ่ายที่ฟังมักจะรู้สึกทรมานเมื่อเราเล่าเรื่องที่ไม่มีประโยชน์ เรามักพูดไปเรื่อยๆ โดยไม่คำนึงถึงว่า ในบทสนทนานี้เราจำเป็นต้องถ่ายทอดอะไรออกไป หรืออีกฝ่ายได้ฟังเรื่องแบบใดจึงจะรู้สึกสนุก

นี่เป็นการแพร่ข้อมูลออกไปโดยปราศจากการตรวจสอบหรือควบคุมให้ดี ผลคือความสามารถในการควบคุมตนเองจะลดลง และทำให้พลังงานความหลงเพิ่มขึ้นด้วย

นอกจากนี้ในขณะที่เรากำลังพูดกับอีกฝ่ายไปเรื่อยๆ นั้น ภายในจิตก็กำลังกระตุ้นพลังงานความต้องการที่ว่า “เข้าใจฉันสิ! ยอมรับฉันสิ” อยู่ดังนั้น สิ่งสำคัญคือ เราต้องจำไว้ว่า การโวยวายเรียกร้องให้คน “ยอมรับสิ!” นั้นกลับจะยิ่งทำให้ความรู้สึกของอีกฝ่ายไกลห่างออกไปอีก

คนส่วนใหญ่มักจะรู้สึกได้ว่าตัวเองกำลังถูกนอกใจ และนำไปพัฒนาเรื่องราวที่เป็นความโกรธต่อว่า “เราไม่ได้รับการให้ความสำคัญ” ทำให้เราต้องหาข้อแก้ตัวให้ได้เพื่อหลบเลี่ยงความคิดนั้น จิตจึงไม่มีความสงบ

เรียบเรียงโดย : herbtrick.com

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

Check Also

ควรทำมากๆ แนวคิดของ คนรวย หากทำได้เกินครึ่งคุณก็รวยได้

มีเงินทองใช้ มีเงินมากมาย อยากเป็น คนรวย เชื่อว่าใครๆก็ … …