Home อาหาร ชวนทำ “น้ำพริกตาแดงปลาย่าง” ด้วยขั้นตอนการทำง่ายๆ รสชาติอร่อย แถมเก็บไว้กินได้นาน

ชวนทำ “น้ำพริกตาแดงปลาย่าง” ด้วยขั้นตอนการทำง่ายๆ รสชาติอร่อย แถมเก็บไว้กินได้นาน

2 min read
0
56

ขอแนะนำวิธีการทำ “น้ำพริกตาแดงปลาย่าง” สูตรอาหารที่แม่สอน โดย “ครัวพิศพิไล” ที่จะมาแนะนำเคล็บลับความอร่อยและขั้นตอนในการทำน้ำพริกตาแดงให้เพื่อนๆ ได้ลองนำสูตรไปหัดทำกินเองกันค่ะ

ส่วนผสม

-น้ำตาลมะพร้าว 1/2 ถ้วย

-น้ำตาลทราย 1 ช้อนโต๊ะ

-กะปิ 1 ช้อนโต๊ะ

-เกลือ 1/2 ช้อนชา

-น้ำปลา 1 ช้อนโต๊ะ

-น้ำมะขามเปียก 1 ถ้วย

-น้ำมันพืช 2 ช้อนโต๊ะ

-พริกแห้ง 2 ถ้วย

-ปลาช่อนแห้งป่น 2 ถ้วย

-หอมแดง 1.5 ถ้วย

-กระเทียมจีน 1.5 ถ้วย

-น้ำสะอาด 1 ถ้วย

วิธีทำ

เตรียมกะปิก่อน เอาใบตองใส่กะปิลงไปห่อเป็นสี่เหลี่ยม เสร็จแล้วห่อด้วยกระดาษฟรอยส์อีกที

เอาไปย่างให้สุกหอมเลยค่ะ สุกแล้วก็พักไว้ก่อน ต่อไปก็ตั้งกระทะ ใส่พริกแห้งลงไปคั่ว ใส่เกลือเพื่อลดกลิ่นฉุนของพริกค่ะ

คั่วให้พริกสุกกรอบ เป็นดำที่ขอบนิดๆ ก็ใช้ได้แล้วค่ะ เทใส่ชามผสมพักไว้ก่อน  แล้วใช้กระทะใบเดิม ใส่หอมแดง กระเทียมจีนลงไป

คั่วให้สุกหอม เทใส่ชามพักไว้ เตรียมเครื่องปั่น หรือครก ปั่นพริกคั่วให้ละเอียด เทใส่ชามผสมไว้ก่อนค่ะ

ปั่นหอมแดง กระเทียมแล้วเทใส่ชามสผมรวมกับพริกได้เลยไว้ ผสมพริกประเทียมพอเข้ากัน แล้วปรุงรสด้วยเกลือ

น้ำปลา น้ำมะขามเปียก กะปิย่าง แล้วคนพอให้เข้ากัน

เดิมน้ำตาลทรายนิดหน่อย ใส่น้ำตาลมะพร้าวแล้วใช้ช้อนบี้ให้เป็นชิ้นเล็กๆ พอเข้ากัน  เสร็จแล้วใส่เนื้อปลาช่อนแห้งป่น

คนพอเข้ากัน เดิมน้ำสะอาดลงไป คนพอเข้ากันอีกทีค่ะ  เตรียมเครื่องปั่น ปั่นทุกอย่างให้เข้ากันอีกรอบค่ะ

เพื่อให้ละเอียดขึ้นค่ะ แล้วเทใส่ชามพักไว้ก่อน ทำจนเสร็จเลยค่ะ จะปรุงรสแล้วกินเลยก็ได้ ถ้าอยากให้เก็บได้นานก็เอาไปผัดแห้งอีกรอบค่ะ  ตั้งกระทะใส่น้ำมันพืชลงไป ใช้ไฟอ่อนๆ ในการผัด ใส่พริกที่เราผสมไว้ลงไปในกระทะค่ะ

ผัดไปมาให้เข้ากันดี เพื่อจะได้มีความหอมดี จากนั้นลองชิมรสแล้วปรุงให้ได้ตามชอบค่ะ ให้ออก เผ็ด เค็ม เปรี้ยว หวาน ปิดไฟเลย พักไว้ให้พออุ่นๆ ก็ตักใส่กระปุกปิดฝา วางข้างนอกได้ 3-4 วัน ใส่ตู้เย็นเก็บได้ประมาณ 2 สัปดาห์ค่ะ

จะทำไว้เป็นของฝาก หรือเก็บไว้กินเองก็ได้ค่ะ รสชาติ เผ็ดนำ เพราะเป็นน้ำพริกตาแดง ตามด้วย เค็ม เปรี้ยว หวานนิดๆ หอมปลาย่าง กินกับผักสด ไข่ต้ม ไข่เจียว ปลาทอด ก็อร่อยจ้า ใครชอบกินเมนูน้ำพริกลองทำเลยค่ะ

 

แหล่งที่มาจาก : kruapitpilai.com

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *