Home สาระความรู้ คุณหมอแนะ กินหวาน กินน้ำตาล หลัง 6 โมงเย็น อันตรายกว่าที่คิด

คุณหมอแนะ กินหวาน กินน้ำตาล หลัง 6 โมงเย็น อันตรายกว่าที่คิด

27 second read
0
61

วันนี้ขอบอกต่อเรื่องดีๆ สำหรับคนรักสุขภาพ ว่าด้วยเรื่องการทานของหวาน หลัง 6 โมงเย็น จากนพ.ตนุพล วิรุฬหการุญ หรือ หมอแอมป์ ผอ.ศูนย์ Bangkok Royal Life Anti Aging Center โรงพยๅบาลกรุงเทพ ได้พูดถึงเคล็ดลับความอ่อนวัยตนเองที่แทบจะเดาอายุกันไม่ออก ซึ่งคุณหมอทำให้อายุดูเป็นเพียงแค่ตัวเลขไปเลยจริงๆ

ศาสตร์การชะลอวัยของหมอแอมป์ คือ ไม่กินน้ำตาลหลัง 6 โมงเย็น ไม่ใช่แค่น้ำตาลอย่างเดียว แต่รวมไปถึงอะไรที่มีความหวานหรือน้ำตาลแอบแฝงในรูปแบบต่างๆ จำพวก น้ำอัดลม ชาไข่มุข อาหารที่มีรสหวาน หรือแม้แต่ผลไม้

โดย หมอแอมป์ ได้อธิบายให้เข้าใจแบบง่ายๆว่า ในน้ำตาลมีสารที่ไปขัดขวางการสร้างโกรทฮอร์โมนในร่างกาย ( โกรทฮอร์โมนทำหน้าที่ฟื้นฟู และ ซ่อมแซมเซลล์ส่วนต่างๆในร่างกายเวลานอนหลับ ) หากร่างกายได้รับน้ำตาลหลัง 6 โมงเย็น จะทำให้ย่อยน้ำตาลไม่ทัน

เมื่อนอนหลับไปน้ำตาลที่ย่อยไม่หมดจะไปขัดขวางการทำงานของโกรทฮอร์โมน ที่จะมาซ่อมแซมร่างกาย ทำให้โกรทฮอร์โมนทำหน้าที่ได้ไม่สมบูรณ์ การรับประทานน้ำตาลหลัง 6 โมงเย็น จึงไปขัดขวางการซ่อมแซมตัวเอง ทำให้ฟื้นฟูความเยๅว์วัยได้ไม่เต็มที่

เรื่องที่สำคัญอีกอย่างคือ นอนอย่าให้ขาด หลับพักผ่อนให้เพียงพอ ในช่วงเวลาที่หลายคนจะเน้นเรื่องการออกกำลัง การทำสมาธิ และ การรับประทานอาหารคลีน แต่น้อยนักที่จะให้ความสำคัญเรื่องของการนอน หมอแอมป์ ได้ให้ความสำคัญเป็นลำดัບต้นๆ

ซึ่งหากให้เลือกระหว่าง การออกกำลังกาย การรับประทานอาหาร การทำสมาธิ และ การนอน หมอแอมป์จะเลือกให้ความสำคัญกับการนอนมากที่สุด เพราะ การนอนส่งผลต่อระบบร่างกายเป็นอย่างมากในเรื่องของฮอร์โมน และ การฟื้นฟู ซ่อมแซมร่างกายในส่วนต่างๆ

หากนอนไม่เพียงพอก็จะทำให้ร่างกายดูมีอายุมากกว่าปกติ เพราะ ไม่ได้รับการซ่อมแซม ที่สำคัญคือ ต้องนอนให้ตรงเวลาเป็นประจำทุกวัน ไม่นอนเยอะ หรือ น้อยเกินไป จะนอนวันละ 6 – 8 ชม. ก็ได้ แล้วแต่ความต้องการของร่างกายแต่ละคน แต่ต้องนอนให้เป็นเวลา นอนหลับสนิทต่อเนื่อง และ ตื่นให้เป็นเวลา ให้ร่างกายเกิดความเคยชิน ร่างกายก็จะเรียนรู้ได้ว่าจะหลั่งฮอร์โมนเพื่อมาฟื้นฟูซ่อมแซมร่างกายเวลาไหน

หากเรียงลำดัບความสำคัญก็คงจะเป็น 1. นอนหลับพักผ่อน , 2. อาหารที่ทาน ( ห้ามกินหวานหลัง 6 โมงเย็น ) , 3. ออกกำลังกาย 4. ฝึกสมาธิทำจิตใจให้แจ่มใสอารมณ์ดีเป็นประจำ หากทำทั้ง 4 ข้อนี้ได้ นอกจากจะดูอ่อนกว่าวัยแล้ว ร่างกายจะแข็งแรง และ สุขภาพดีขึ้นเรื่อยๆอย่างเห็นได้ชัดเลย

 

 

แหล่งที่มา : bitcoretech.com

Facebook Comments