Home สมุนไพร ของดีที่ถูกมองข้าม “ตำลึง” ยารักษาเบาหวานของดีริมรั้ว

ของดีที่ถูกมองข้าม “ตำลึง” ยารักษาเบาหวานของดีริมรั้ว

1 min read
0
23

หลายคนคงเคยทาน ตำลึง มามากแล้ว เพราะเป็นผักริมรั้วที่ขึ้นง่ายโตไว แถมเด็ดยอดมาใส่อาหารเป็นต้มจืดตำลึง ยิ่งเลิศเข้าไปอีก นอกจากจะรสชาติอร่อยแล้ว ตำลึงยังมีวิตามินเอสูงเหมาะกับผู้ป่วยที่มีอาการตามัว จากการขาดวิตามินเอ และเหมาะกับคนผิวแห้งไม่มีน้ำมีนวล ตำลึงให้แคลเซียมสูงน้องๆ นม การกินผักตำลึงเป็นประจำจะช่วยให้ร่างกายแข็งแรง กระดูกแข็งแรง

สรรพคุณใช้รักษาโรคผิว พวกผื่นแพ้ ตำแย หมามุ่ย บุ้ง หอยคัน มดคันไป ผื่นคันจากน้ำเสีย ผื่นคันจากละอองข้าว ผื่นคันชนิดที่ไม่รู้สาเหตุ เริม งูสวัด สุกใส หิด สิว ฝีหนอง ช่วยระบายท้อง ลดการอึดอัดท้องหลังกินอาหาร ที่สำคัญตำลึงเป็นยาพื้นบ้านใช้รักษาเบาหวาน ทั้งราก เถา ใบ ใช้ได้หมด

สรรพคุณของตำลึงจะมีอะไรบ้าง มาดูกันเลย

1 บำรุงสายตาแหล่งวิตามินเอที่สำคัญที่เราสามารถหาได้จากอาหารก็ต้องยกให้ตำลึงเป็นแหล่งที่ดีของวิตามินเอเลยล่ะค่ะ และนอกจากวิตามินเอแล้ว เบต้าแคโรทีนในตำลึงยังเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่สามารถเปลี่ยนตัวเองเป็นวิตามินเอได้อีก ดังนั้นตำลึงจึงจัดเป็นอาหารบำรุงสายตาตัวจี๊ดที่หากินได้ง่าย ๆ แถมยังอร่อย

2 เสริมภูมิต้านทาน จะเห็นได้ว่าตำลึงมีวิตามินเอและเบต้าแคโรทีนซึ่งเป็นสารตั้งต้นของวิตามินเอค่อนข้างสูง ส่วนนี้จะช่วยเสริมภูมิคุ้มกันให้เราไม่ป่วยไข้ได้ง่าย ๆ โดยเฉพาะอาการไข้หวัด ซึ่งหากร่างกายขาดวิตามินเอ ก็มีโอกาสจะป่วยไข้ได้ง่ายเลยนะคะ

3 ตำลึงรักษาเบาหวาน สถาบันโภชนาการ มหาวิทยาลัยมหิดล เผยงานวิจัยที่แสดงให้เห็นว่า ตำลึงเป็นผักที่มีสารต้านอนุมูลอิสระอย่างฟลาโวนอยด์ค่อนข้างสูง สามารถช่วยรักษาและป้องกันโรคต่าง ๆ ได้ ทั้งโรคเบาหวาน เนื่องจากมีงานวิจัยที่พบว่าตำลึงช่วยลดน้ำตาลในເลือดได้ ส่วนในใบตำลึงก็มีสารต้านอนุมูลอิสระอยู่หลายชนิด จึงช่วยป้องกันการเกิดโรคมะเร็งได้นั่นเอง

ทั้งนี้การกินตำลึงเพื่อลดน้ำตาลในເลือด สามารถทำได้โดยใช้เถาแก่ของตำลึงประมาณครึ่งถ้วย นำมาต้มกับน้ำ หรือนำน้ำคั้นจากผลตำลึงดิบ ๆ ดื่มวันละ 2 ครั้ง เช้า-เย็น น้ำตำลึงก็จะช่วยลดน้ำตาลในເลือดได้

4 บำรุงกระดูก จากการศึกษาของสถาบันโภชนาการ มหาวิทยาลัยมหิดล พบว่า ใบตำลึงมีแคลเซียมสูง และแคลเซียมจากตำลึงยังเป็นแคลเซียมชนิดที่ร่างกายสามารถดูดซึมไปใช้ได้เทียบเท่ากับแคลเซียมที่อยู่ในนมวัว ดังนั้นผู้ที่มีอาการแพ้นมวัว หรือดื่มนมแล้วท้องเสียก็สามารถหันมารับแคลเซียมจากตำลึงแทนได้เช่นกัน

6 ช่วยย่อยอาหาร ใบตำลึงและเถาตำลึงมีเอนไซม์อะไมเลสอยู่มาก ซึ่งเอนไซม์ตัวนี้มีคุณสมบัติช่วยย่อยอาหารจำพวกแป้งได้ดี ดังนั้นใครมีอาการแน่นท้อง ท้องอืดจากอาหารไม่ย่อย โดยเฉพาะคนที่กินแป้งเข้าไปมาก ๆ ให้ใช้ใบตำลึงประมาณ 1 กำมือ ผสมกับเถาตำลึงเด็ดขนาดเท่านิ้วก้อย 1 กำมือ โขลกรวมกันจนเป็นเนื้อเดียว จากนั้นคั้นเอาแต่น้ำตำลึงมาผสมน้ำอุ่น 1 แก้วกาแฟ กินก่อนอาหารประมาณ 5-10 นาที เพื่อเรียกน้ำย่อย หรือจะใช้ใบตำลึงแก่ลวกพอสุก กินเป็นผักเคียงพร้อมกับอาหารในแต่ละมื้อเลยก็ได้

ตำรับยาบรรเทาอาการเบาหวาน

ตำรับ 1 : นำรากผักตำลึง รากผักหวานป่า รากฟักข้าว รากกุ่มน้ำ รากุ่มบก ต้มกินติดต่อกันไปเรื่อยๆ

ตำรับ 2 : ข้อรากผักตำลึงฝนกับน้ำดื่ม หรือใช้เถาผักตำลึงสับเป็นท่อนๆ ยาว 2-3 นิ้ว จำนวน 1 กำมือ ใส่น้ำพอท่วม ต้มนาน 15-20 นาที นำมาดื่มเช้า-เย็น ติดต่อกันอย่างน้อย 7-10 วัน ช่วยลดน้ำตาลในເลือด หรืออาจใช้ส่วนของต้น ใบ และราก ต้มรวมกันแทนเถาอย่างเดียวก็ได้

ตำรับ 3 : นำยอดตำลึง 1 กำมือหรือขนาดที่กินพออิ่มโรยเกลือหรือเหยาะน้ำปลา (เพื่อให้อร่อยพอกินได้) ห่อด้วยใบตอง นำไปเผาไฟให้สุกแล้วกินให้หมด หรือกินจนอิ่ม กินก่อนนอนติดต่อกัน 3 เดือน

สรรพคุณของตำลึงแบบใช้ทุกส่วน

-ใบ มีรสเย็น สรรพคุณดับพิមร้อน ถอนพิម แก้แสบคัน บรรเทาเริม งูสวัด โดยนำใบมาขยี้คั้นเอาแต่น้ำ แล้วทาบริเวณที่เป็น

-เถา มีรสเย็น สรรพคุณช่วยรักษาโรคตาเจ็บ ใช้แก้ตาฟาง ตาช้ำ โดยใช้เถาโขลกพอแหลก แล้วนำมาประคบตา

-ดอก ใช้แก้คัน คั้นเอาแต่น้ำ มาทาบริเวณที่คัน

-ผล รักษาโรคเกี่ยวกับผิวรักษาอาการอักเสบของหลอดลม และช่วยลดน้ำตาลในເลือด โดยคั้นน้ำจากผลสดมาดื่มวันละ 2 ครั้ง

-เมล็ด นำมาตำกับน้ำมันมะพร้าว ใช้แก้หิด

-ราก ใช้ต้มกับน้ำดื่มลดไข้ ลดอาเจียน

-ต้น ใช้กำจัดกลิ่นตัว น้ำต้มจากต้นตำลึงรักษาเบาหวานได้

เรียบเรียงโดย: herbtrick.com

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

Check Also

หามาปลูกให้ไวเลย ผักเชียงดา ผักพื้นบ้านถิ่นล้านนา แก้เบาหวาน ดีสุดๆ

โรคภัยในปัจจุบันนี้ที่เกิดขึ้นมาก็มีแต่โรคแปลกๆ รักษายา … …